ตอนที่ 2 เลขาคนใหม่
เมืองซีเหลียน
ยามค่ำคืนของเมืองซีเหลียนอากาศเย็นสบาย ตึกและอาคารต่างๆ เปิดไฟประดับสว่างไสวทำให้บรรยากาศคึกคัก ผู้คนพลุกพล่านไม่ต่างจากตอนเช้า
“ท่านประธานจะกลับโรงแรมเลยหรือว่าจะไปดื่มก่อนดีครับ”
ต่งเหอเก๋อที่กำลังขับรถอยู่เหลือบสายตามองเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง
“กลับโรงแรม”
โม่เหยี่ยนตอบ แต่เมื่อรถถึงหน้าโรงแรมก็กลับพูดขึ้น
“ฉันจะลงตรงนี้”
เขาเปิดประตูลงจากรถ นัยน์ตาคมมองทางฝั่งซ้ายของโรงแรมที่มีถนนเส้นเล็กสายยาวแต่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของหลายร้าน จึงเดินไปอย่างรวดเร็ว
“เดินเที่ยวบ้างก็ดี”
เขาพูดบอกเลขาเสียงไม่ดังนัก
ต่งเหอเก๋อมองตามหลังเจ้านายหนุ่ม ก่อนที่จะขับรถเข้าไปจอดภายในโรงแรม ปล่อยให้โม่เหยี่ยนเดินชมวิวกลางคืนของเมืองคนเดียว
โม่เหยี่ยนปรายตามองแต่ละร้านอย่างไม่สนใจเท่าใด เขาไม่ได้เที่ยวตอนกลางคืนมาหลายปี คืนนี้เลยถือโอกาสเดินชมบรรยากาศเมืองซีเหลียน
เมืองนี้แม้ผู้คนจะเยอะแต่ก็ไม่วุ่นวายเท่าเมืองจินไห่ ชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย เขาแวะซื้อเบียร์ที่ร้านสะดวกซื้อข้างทาง จากนั้นก็หาเก้าอี้นั่งรับลมริมแม่น้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมือง
นั่งดื่มเบียร์จนหมดสองกระป๋องเขาก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะกลับโรงแรม เดินได้ไม่กี่ก้าวก็พบกับกลุ่มชายอันธพาลทำทีเดินเข้ามาล้อมรอบเขา
“เฮ้ พี่ชาย ขอเงินซื้อเบียร์กินหน่อยสิ”
ชายที่มีลักษณะเหมือนหัวหน้าแก๊งอันธพาลพูดกับโม่เหยี่ยน เขาทำสีหน้าดุร้ายเพื่อขุ่มขู่ชายหนุ่ม
“พี่ชายแต่งตัวดีขนาดนี้ ดูท่าจะมีเงินไม่ใช่น้อย แบ่งๆ กันใช้เถอะ”
ชายอีกคนมองสำรวจโม่เหยี่ยนพร้อมกับแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก
โม่เหยี่ยนชำเลืองดูอันธพาลพวกนั้น เขาถอดเสื้อสูทอย่างใจเย็นก่อนพาดไว้บนเก้าอี้ตัวที่ใกล้ แล้วถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นทั้งสองข้าง
“อยากได้เงินก็เข้ามา”
เรื่องวิวาทต่อยตีโม่เหยี่ยนไม่เป็นรองใคร
หลังจากเขากล่าวจบ อันธพาลทั้งสี่คนก็เข้ามารุมชกต่อยกับเขา โม่เหยี่ยนแม้จะมึนเมาแต่ก็ไม่มาก เขาตั้งรับและสวนหมัดกลับไปอย่างช่ำชอง
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าหนึ่งในสี่นั้นพกมีดสั้นติดตัว มันอาศัยจังหวะที่โม่เหยี่ยนรับมือกับคนอื่นไม่ทันระวังตัวแทงเข้าที่ท้องของเขา
โม่เหยี่ยนตกใจยกมือกุมที่ท้อง เลือดสดๆ ไหลออกมาจำนวนมาก เขาทรุดลงบนพื้นก่อนจะหมดสติไป
“ประธานโม่”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนบอกผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงให้ช่วยเรียกตำรวจและรถพยาบาล
........
โรงพยาบาลเมืองซีเหลียน
โม่เหยี่ยนฟื้นขึ้นหลังจากได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้ว นัยน์ตาคมกวาดมองรอบห้องผู้ป่วย เขาเห็นต่งเหอเก๋อและหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้าคนหนึ่ง
“ประธานโม่ฟื้นแล้ว” ต่งเหอเก๋อรีบลุกขึ้นมาดูเขา
“คอแห้งอยากดื่มน้ำไหมครับ”
“ยัง” โม่เหยี่ยนตอบน้ำเสียงแหบแห้ง
“นั่นใคร” เขาหันหน้าไปทางหญิงสาวคนนั้น
“นี่คุณอู๋ อู๋อี้ตัน เธอเป็นคนช่วยท่านประธานไว้”
“อ่อ”
โม่เหยี่ยนพยายามจะลุกนั่งบนเตียง แต่ถูกต่งเหอเก๋อห้ามไว้ เขาปรับระดับเตียงให้ยกขึ้น โม่เหยี่ยนจะได้อยู่ในท่านั่งพูดคุยกับอู๋อี้ตันได้
“ขอบคุณคุณอู๋มากๆ”
ชายหนุ่มบอกหญิงสาวน้ำเสียงแหบพร่า ไม่รู้ว่าเขาหลับไปนานแค่ไหนถึงได้คอแห้งเช่นนี้
“ผมต้องตอบแทนคุณแน่นอน คุณบอกเลขาต่งได้เลยว่าต้องการอะไร”
เขาพูดจริงจังกับหญิงสาวก่อนยกมือขอน้ำดื่มจาก ต่งเหอเก๋อ
“ใช่ครับ คุณอู๋บอกผมได้เลย”
เลขาหนุ่มตอบก่อนที่จะหยิบแก้วน้ำและใส่หลอดดูดส่งให้โม่เหยี่ยน
“ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวตอบ
“แต่ถ้าประธานโม่อยากตอบแทน ฉันก็มีเรื่องร้องขอที่ไม่ยากเกินไป”
อู๋อี้ตันส่งรอยยิ้มหวานบางๆ ให้กับโม่เหยี่ยนและต่งเหอเก๋อ
“ฉันขอทำงานกับคุณได้ไหมคะ ฉันเพิ่งลาออกจากงานพอดี”
“ได้เลยครับไม่มีปัญหา”
ต่งเหอเก๋อตอบรับอย่างรวดเร็ว บริษัทต้าเฉิงเป็นบริษัทขนาดใหญ่จะหาตำแหน่งฝากคนทำงานนั้นง่ายนิดเดียว
“แต่ฉันอยากเป็นเลขาประธานโม่ค่ะ”
หญิงสาวตอบ สายตาจ้องมองโม่เหยี่ยนคล้ายต้องการคำตอบทันที
“ได้” โม่เหยี่ยนยื่นแก้วน้ำให้ต่งเหอเก๋อ “คุณพร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ก็บอกเลขาต่งนะ”
“อย่าลืมตามเรื่องคดีด้วยล่ะ” เขาสั่งเลขาตน
“ได้ครับ”
โม่เหยี่ยนพูดจบก็หยิบรีโมทข้างเตียงปรับให้นอนลงเหมือนเดิม สงสัยว่าถูกฉีดยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงจึงรู้สึกอยากนอนพักต่อ
........
บริษัทต้าเฉิง
อู๋อี้ตันที่มาทำงานวันแรกผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานของโม่เหยี่ยน มีเลขาสาวอีกคนเดินตามหลัง
เธอมองสำรวจทั่วห้องทำงาน สายตาเห็นกรอบรูปที่มีรูปของโม่เหยี่ยนและหลี่ชิวโหรวยืนคู่กันอยู่บนชั้นวางหนังสือ
“ประธานโม่หย่ากับภรรยาแล้วไม่ใช่หรือคะ ทำไมยังเก็บรูปไว้อีก”
อู๋อี้ตันเลิกคิ้วถามน้ำเสียงสงสัย
เลขาเฉินซึ่งเดินตามหลังปรายตามองหญิงสาวด้วยแววตาไม่พอใจ
“ไม่ทราบค่ะ นั่นเป็นเรื่องของท่านประธาน ฉันไม่ก้าวก่าย อีกอย่างคุณนายก็สวยน่ารัก นิสัยดี ถ้าประธานจะเก็บรูปเธอไว้ก็ไม่แปลก”
“คงเก็บไว้เตือนใจมั้งคะ ว่าภรรยาเคยสวมเขาให้”
อู๋อี้ตันพูดน้ำเสียงเหมือนไม่ใส่ใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องงานแทน
“คุณอู๋ตั้งใจทำงานนี้ด้วยนะคะ ตำแหน่งเลขาหน้าห้องประธานโม่ไม่ได้มีแต่งานง่ายๆ ความสามารถต้องมากจริงๆ แค่เรียกตำรวจเรียกรถพยาบาลเป็นไม่ได้หมายความว่าจะทำงานออกมาดี”
เลขาเฉินกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินออกนอกห้อง
ประธานหนุ่มของเธอไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิง แต่เมื่ออู๋อี้ตันมาทำงาน ความรู้สึกของเฉินเสี่ยวหรูก็เริ่มบอกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องระวัง
“สุดท้ายก็เป็นเรื่องของท่านประธานอยู่ดี”
เธอบ่นพึมพำเบาๆ ด้วยฐานะที่ชื่นชอบหลี่ชิวโหรว เธอคงไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลขาใหม่คนนี้เป็นอันขาด
.........
“ลืมไม่ได้งั้นหรือ”
อู๋อี้ตันเปิดหาคลิปเก่าๆ ของหลี่ชิวโหรว เธอดูแต่ละคลิปด้วยความตั้งใจ สังเกตลักษณะท่าทาง วิธีการพูดและการแต่งตัวของหญิงสาว
ในเมื่อประธานโม่ชอบแบบนี้ เธอก็จะเป็นตัวแทนของหลี่ชิวโหรวให้
หลังเลิกงาน อู๋อี้ตันไปเดินห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อชุดทำงานใหม่ทั้งหมด เธอโละเสื้อผ้าที่เซ็กซี่วาบหวิว เปลี่ยนเป็นชุดทำงานที่เรียบร้อยตามการแต่งตัวของหลี่ชิวโหรว
........
วันถัดมา โม่เหยี่ยนเข้ามาบริษัทในตอนเช้า เขานั่งอ่านรายงานและแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกองบนโต๊ะอย่างตั้งใจ ไม่นานนักเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
นัยน์ตาคมมองผู้หญิงที่เข้ามาในห้องด้วยความแปลกใจ
‘โหรวโหรว’
เขาส่งเสียงเรียกเธอในใจ แต่เมื่อสังเกตดูอีกครั้งพบว่าคนที่เดินเข้ามาคืออู๋อี้ตัน
“เลขาอู๋นี่เอง”
เขาทักทาย ก่อนรับแก้วกาแฟที่หญิงสาวส่งให้
“ฉันถามเลขาเฉินมาแล้วว่าประธานโม่ชอบรสชาติแบบนี้ ลองชิมดูนะคะ”
เธอวางจานร้องแก้วลงบนโต๊ะแล้วส่งสายตาหวานให้เขา
“ใช้ได้” โม่เหยี่ยนตอบก่อนวางแก้วลงบนโต๊ะ
“เลขาอู๋กลับไปที่โต๊ะทำงานเถอะ”
อู๋อี้ตันยิ้มบางๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้เลขาต่งไม่อยู่ ฉันจะนั่งโต๊ะของเขารอประธานโม่เรียกใช้แทน”
โม่เหยี่ยนไม่ได้ตอบอะไร หากเธออยากทำงานตามที่สั่งก็ปล่อยให้เธอทำไป
ถึงเวลากลางวัน อู๋อี้ตันก็ลงไปหยิบถาดอาหารของโม่เหยี่ยนมาเสิร์ฟตรงตามเวลา บุรุษนัยน์ตาคมชำเลืองมองอาหารในจานไม่ได้กล่าวอะไรเป็นพิเศษ
ของที่เธอสั่งล้วนเป็นอาหารที่เขาชื่นชอบ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
“ฉันกำชับห้องครัวไว้ค่ะ ว่าต้องเป็นอาหารที่ประธานโม่ชอบเท่านั้น”
อู๋อี้ตันบอกกับเขาก่อนที่จะเดินกลับโต๊ะทำงาน
“คุณก็ไปหาอะไรกินเถอะ” ชายหนุ่มบอกหญิงสาว
“ฉันเตรียมมาเองค่ะ ช่วงนี้ฉันไดเอท”
อู๋อี้ตันตอบน้ำเสียงเขินอาย เธอจะพยายามลดหุ่นให้เท่ากับหลี่ชิวโหรวให้ได้
........
ห้าเดือนผ่านไป
“เลขาเฉิน งานที่ฉันสั่งได้หรือยังคะ”
อู๋อี้ตันเดินออกมาจากห้องทำงานของโม่เหยี่ยน เธอใช้น้ำเสียงออกคำสั่งถามเฉินเสี่ยวหรู
“กองนี้ค่ะ หยิบไปได้เลย”
เฉินเสี่ยวหรูไม่เงยหน้ามองหญิงสาว เธอทำราวกับว่าตัวเองมีงานยุ่งให้อู๋อี้ตันหยิบไปด้วยตัวเอง
“คราวหลังเอาไปไว้ที่โต๊ะทำงานฉันข้างในเลยนะคะ ไม่ต้องให้ฉันออกมาตาม”
อู๋อี้ตันบอกก่อนที่จะหยิบแฟ้มด้วยแววตาไม่พอใจ
