บท
ตั้งค่า

ฟู่อี๋เหนียงสารภาพ

กว่าจะรู้ตัวว่าทำสิ่งที่ไม่ควรลงไปแล้ว ก็ย้อนไปแก้ไขไม่ทันเสียแล้ว เสียงหัวเราะเย็นของชุยเซียวดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องโถง

“หึหึ น้องสะใภ้พูดถูก บ้านใหญ่กับบ้านรองไม่สมควรยุ่งเกี่ยวกันจริงๆ ข้าเห็นแก่อาจ้านที่เห็นบิดามารดาตบตีกันจนทำสิ่งใดไม่ถูกจึงได้มาช่วยเหลือ แต่...คงไม่จำเป็นแล้ว” ชุยเซียวดึงมือไป๋ซื่อที่ใบหน้าดำคล้ำกับจูงมือจินหว่านเพื่อกลับไปที่เรือนใหญ่ แต่เสียงร้องของฟู่ซื่อเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน

“นายท่านอย่าเพิ่งไปเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะสารภาพ” นางหันไปมองหวงซื่ออย่างโกรธแค้น ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชุยเซียว ยิ่งพิจารณามองก็ยิ่งเสียดายจนเจ็บหัวใจไปหมด

“เจ้ามีเรื่องใดก็รีบพูดมา” ชุยเซียวไม่แม้แต่จะปรายตามองฟู่ซื่อเลยสักนิด เขากำลังจับสังเกตสีหน้าตกใจของหวงซื่ออยู่

“ความจริงแล้วญาติผู้พี่ของข้า วางแผน....”

หวงซื่อกรีดร้องออกมาเสียก่อน ทั้งยังพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบตีฟู่ซื่ออีกรอบแล้วด้วย “เจ้าพูดเรื่องใด!!! เจ้ากล้าหรือ”

“เสียสติไปแล้วหรือ อยู่ต่อหน้าพี่ใหญ่ เจ้ายังกล้าลงมืออีกหรือ” ชุยหมิ่นอย่างไรก็ไม่ต้องการเสียหน้าต่อหน้าพี่ชายต่างมารดา ทั้งตัวเขายังมีสภาพที่ใบหน้ามีแต่รอยนิ้วมือของหวงซื่ออยู่อีกด้วย

บ่าวของชุยเซียวเข้ามาบังตัวของผู้เป็นนายเอาไว้ ด้วยกลัวว่าจะถูกหวงซื่อทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

“พูด!!!” ชุยเซียวเริ่มหมดความอดทน เขาไม่อยากจะนำตัวเองลงมาอยู่ในน้ำคร่ำที่เรือนของน้องชายต่างมารดาแล้ว

เนื้อตัวของฟู่ซื่อสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมเอาไว้ได้ นางเพิ่งได้เห็นกับตาตนเองเป็นครั้งแรกถึงอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างของขุนนางใหญ่ในตัวของชุยเซียว ช่างน่ากลัวเพียงใด ยังดีที่ไม่ได้ทำตามแผนของหวงซื่อ ไม่เช่นนั้นไม่รู้ว่าตนเองจะเหลือรอดชีวิตหรือไม่ ภายในหัวของนางคิดคำนวณผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรายตาที่หยาดเยิ้มอย่างน่าสงสารไปทางชุยหมิ่นอยู่วูบหนึ่ง

เสียงคุกเข่าของฟู่ซื่อดังไปทั่วห้องโถง บ่าวที่อยู่ด้วยยังลอบเบ้ปากเจ็บปวดแทนนาง “ก่อนหน้านี้ ข้าน้อยมีความคิดตื้นเขินหลงเชื่อในคำของญาติผู้พี่ว่าจะหาสามีที่พึ่งพาได้ในเมืองหลวงให้ ข้าน้อยมิได้หวังจะเป็นใหญ่ในเรือน ขอเพียงได้อาศัยหลบแดดหลบฝนมีข้าวให้กินทุกมื้อก็เพียงพอ...” นางเม้มปากแน่นอย่างน่าสงสาร “แต่ไม่คิดว่ามาถึงเมืองหลวงแล้ว ญาติผู้พี่ของข้าน้อยจะให้ข้าน้อยใช้แผนการชั่ววางยากำหนัดท่านใต้เท้า เพื่อหวังทำให้ครอบครัวแตกแยก แต่ว่า...ข้าน้อยเห็นความสง่างามของนายท่านรองเสียก่อน ทั้งยังชมชอบเขาจากใจจริง จึงอยากจะรั้งอยู่ข้างกายของนายท่านรอง แต่ไม่คิดว่า...” นางสะอื้นไห้ออกมาจนตัวโยน

ชุยหมิ่นที่เห็นใจสาวงามก็เกือบจะเดินเข้าไปสวมกอดนางเพื่อปลอบประโลม แต่พอเห็นสายตาของชุยหมิ่นที่มองตำหนิ ฝ่าเท้าของเขาก็ชะงักทันที ในห้องโถงยังมีเด็กอยู่อีกหลายคน และยังมีจินหว่านบุตรสาวของตนที่ยังเล็ก ชุยเซียวไม่ต้องการให้ชุยหมิ่นกระทำตัวไม่ดีต่อหน้าบุตรสาว

“เป็นข้าที่ผิดเอง ทำให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างไรก็เป็นข้าที่ผิด ข้าย่อมจะต้องรับเจ้าเป็นอนุ ทั้งยังจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี”

ชุยจิ้นกับจินหว่านลอบสบตากันอย่างแฝงไปด้วยความหมาย ฟู่ซื่อฉลาดหว่าหวงซื่อมากนัก นางไม่ต้องกรีดร้องโวยวายให้ชุยหมิ่นรับผิดชอบ เพียงทำตัวให้น่าสงสารชุยหมิ่นก็ตกหลุมพรางของนางแล้ว ทั้งยังได้ใจคนบ้านใหญ่ด้วยการเปิดเผยแผนการของหวงซื่อ ให้นางถูกมองเป็นสตรีร้ายกาจไร้คุณธรรมแทน

“นายท่านรอง” ฟู่ซื่อสะอื้นไห้ แล้วรีบคลานไปคุกเข่าอยู่ต้องหน้าของชุยหมิ่นทันที

“นังสารเลว!!! กล้าใส่ร้ายข้าหรือ เป็นเจ้าที่เห็นนายท่านใหญ่ไร้อนุข้างกายก็หมายจะโผล่บินไปสยบแทบเท้าของเขา วันนั้นที่กลับมาจากบ้านใหญ่ เจ้ายังพูดอย่างหน้าไม่อายว่าพี่สะใภ้ข้า นางโง่เขลาเพียงใด เมื่อเจ้าได้เป็นอนุต่อไปจะเหยียบหัวนางไม่ได้เลย...โอ๊ยยยย” ชุยหมิ่นเห็นสีหน้าของพี่ชายและพี่สะใภ้ไม่สู้ดี จึงตบหวงซื่อเต็มแรงจนนางล้มไปกองกับพื้น

“พี่ใหญ่” เสียงของชุยหมิ่นชะงักไปทันที เมื่อชุยเซียวยกมือขึ้นไม่ให้เขาพูดต่อ

“วันนี้ได้รู้ใจเจ้ากับสะใภ้รองแล้ว ข้าเป็นพี่ยอมทำตามปรารถนา เมื่อคนบ้านใหญ่โง่เขลากว่าคนบ้านรองต่อไปก็อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีกเลย ประตูข้างจะเปิดเพียงวันที่หนึ่งกับสิบห้าเพื่อมาคารวะท่านแม่เท่านั้น นับจากนี้...น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง”

หวงซื่อไม่มีเวลาให้เจ็บปวดจากการโดนฝ่ามือของชุยหมิ่น นางตกใจจนอยากจะรีบคลานเข้าไปหาชุยเซียวกับไป๋ซื่อเพื่อร้องขอความเมตตา แต่ทั้งหมดก็ไม่คิดจะอยู่ให้เสียเวลาสักอึดใจเดียว แม้แต่ชายผ้าก็ไม่อาจคว้าเอาไว้ได้

“จบสิ้นแล้ว” ชุยหมิ่นเองก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง

ก่อนหน้านี้แม้จะบอกว่าแยกบ้าน แต่ถึงอย่างไรประตูข้างของบ้านใหญ่ก็เปิดอยู่ตลอดเวลา ในสายตาของบ้านรองอย่างไรพี่ใหญ่ก็ตัดพวกตนไม่ขาด

จินหว่านหันกลับมามองจินหร่วนชั่วอึดใจ ก็เห็นนางกำลังมองมาทางครอบครัวบ้านใหญ่อย่างโกรธแค้น และมองไปทางบิดามารดาของตนอย่างรังเกียจ ในเมื่อจะต้องเจอกันเพียงเดือนละสองครั้ง และเจอเพียงแค่ตอนคารวะหูซื่อในตอนเช้าเท่านั้น จินหร่วนจะมีแผนการกับตนเช่นใดจินหว่านก็ไม่คิดจะใส่ใจอีกแล้ว นางเพียงตั้งรับก็พอ

“นายท่านรองสงบใจก่อนเจ้าค่ะ ต่อไปข้าน้อยจะหาหนทางให้นายท่านใหญ่กับฮูหยินใหญ่อยู่ถึงความดีของท่านเอง” เสียงของฟู่ซื่อยังคงดังออกมาให้บ้านใหญ่ได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากนั้นก็ไม่ต้องพูดแล้ว เมื่อฟู่ซื่อแสดงความอ่อนน้อมเอาใจชุยหมิ่น หวงซื่อจะทนดูได้อย่างไร นางเริ่มกรีดร้องด่าทอชายหญิงชั่วอีกครั้ง

“หยุดได้แล้วท่านแม่!!!” จินหร่วนที่ทนมองไม่ได้ก็เข้าไปดึงแขนของหวงซื่อเอาไว้ “ในเมื่อท่านน้าคิดอยากจะเป็นอนุของท่านพ่อข้านัก ท่านก็เป็นให้สมใจ เงินที่จะใช้เลี้ยงดูท่านก็ขอเอาจากท่านพ่อก็แล้วกัน” ฟู่ซื่อไม่คิดว่าเด็กวัยสิบหนาวเช่นจินหร่วนจะฉลาดวางแผนมากกว่ามารดาที่ไร้สติของนาง จึงได้มองนางเพิ่มอีกหลายอึดใจ ก่อนจะหลุบตาลงออดอ้อนชุยหมิ่นต่อ

จินหร่วนเองก็ลากหวงซื่อกลับไปที่เรือน ก่อนจะให้บ่าวไพร่ช่วยทำแผล ทั้งยังปลอบใจผู้เป็นมารดา เมื่อเห็นว่าหวงซื่อเริ่มคิดได้แล้ว นางจึงกลับไปที่เรือนพักของนาง แม้แต่สาวใช้ข้างกายก็ไล่ออกไปจนหมด นางจมอยู่ในความคิดของตนเอง เมื่อชาติที่แล้วเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้น บ้านใหญ่กับบ้านรองมิได้แยกบ้านออกจากกัน ฟู่ซื่อก็ไม่คิดจะปีนเตียงท่านลุงของนาง เหตุใดถึงได้วุ่นวายไปหมด ยังมีสายตาของจินหว่านก่อนที่นางจะกลับออกไปหมายความเช่นใด

ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ตัวนางเองก็ได้ย้อนกลับมาเช่นกัน เป็นเรื่องเมื่อหลายวันก่อน นางไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้ย้อนกลับมาเมื่อตอนอายุได้สิบหนาวอีกครั้ง พอมาถึงบ้านใหญ่ก็แยกบ้านออกไปแล้ว นางยังไม่ได้วางแผนเพื่อจะสานสัมพันธ์ท่านพ่อกับท่านลุงเลยก็เกิดเรื่องของฟู่ซื่อขึ้นมาเสียก่อน ดูเหมือนนางจะช้าไปเสียทุกก้าว แต่อย่างไรก็ไม่ใช่เวลามาโทษทุกสิ่งยามนี้นางต้องหาหนทางให้บิดาได้ตำแหน่งขุนนางเสียก่อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel