ตอนที่ 6 [ทำข้อตกลง]
ของเล่นชัชรัณ
ตอนที่6
[ทำข้อตกลง]
ลูกหว้ากับพี่แนตตี้เดินมาถึงหน้างาน
“ลูกหว้าเข้าไปทำงานต่อเถอะ คืนนี้ลูกค้ากำลังให้ความสนใจหว้าเยอะเลย อีกหน่อยต้องมีคนรู้จักหว้าเพิ่มขึ้นแน่ ๆ” พี่แนนตี้ให้กำลังใจ ทว่าเมื่อลูกหว้าเงยหน้ามาสบตาเธอ ทำพี่แนตตี้ลมแทบจับในทันที เมื่อเห็นสภาพของนางแบบสาวในสังกัด
“เฮ้ย! ปากของลูกหว้าไปโดนอะไรมา ทำไม! ถึงได้บวมเจ่อขนาดนั้น” คำทักของพี่แนตตี้ ทำให้ลูกหว้าสะดุ้งสุดตัวรีบยกมือมาลูบสัมผัส ที่ริมฝีปากด้านล่างของตัวเองเบา ๆ และยังย้อนให้นึกถึงการกระทำของ ผู้ชายใจร้ายในห้องน้ำ
“เอ่อ คือเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ ลูกหว้าลื่นล้มในห้องน้ำ ทำให้ปากกระแทกกับเคาน์เตอร์ล้างมือ จึงทำให้ปากเป็นแบบนี้” ลูกหว้าเอ่ยเสียงอ่อย
“ตายแล้ว… ลูกหว้า ตัวเองต้องใช้รูปร่างหน้าตาหาเงิน ทำไม! ถึงได้สะเพร่าแบบนี้นะ” พี่แนตตี้ได้แต่บ่น ลูกหว้าได้แต่ฝืนยิ้มเจื่อน ๆ
“แบบนี้ออกไปโชว์ใครไม่ได้แล้วล่ะ… แต่ไม่เป็นไร นี่ก็ใกล้ปิดงานแล้ว เดี๋ยวพี่ไปขออนุญาตผู้จัดการที่นี่ให้ จะได้กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อย พรุ่งนี้เรามีเรียนช่วงเช้าด้วยไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ขอบคุณพี่แนตตี้มากนะคะ” หลังจากไปแจ้งเรื่องนางแบบคนใหม่ เกิดอุบัติเหตุหกล้มในห้องน้ำ ทำให้ผู้จัดการโชว์รูมรถเข้าใจถึงความจำเป็นที่เกิดขึ้น พี่แนตตี้จึงออกมาส่งลูกหว้าถึงหอพัก
ณ ห้องเช่าเล็ก ๆ
ลูกหว้าขยับตัวงัวเงียลืมตาตื่น ยกมือควานหาโทรศัพท์มือถือ ที่วางไว้ บนโต๊ะเตี้ยเขียนหนังสือมาดู ก็รู้ว่าตัวเองตื่นสาย เมื่อวานเธอถ่ายแบบโฆษณาครีมอาบน้ำจนถึงบ่าย2 โมงกว่าจะเสร็จ ได้กลับมานอนพักไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องรีบลุกอาบน้ำแต่งตัวไปงานโชว์รูมรถอีก กว่าจะได้กลับมาพักผ่อนความเหนื่อยล้า จึงทำให้ร่างเล็กถึงกับนอนสลบไสล
“เฮ้อ! นอนตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” ลูกหว้าดีดกายลุกขึ้นจากที่นอนขนาด 3 ฟุตทันที รีบกระโจนเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว อาบน้ำแปรงฟันไม่ถึง 10 นาที เธอก็ออกมาแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษา
“ตายแล้ว…ยัยหว้าเอ้ย จะไปเรียนทันไหมเนี่ย” ปากก็บ่นงึมงำ มือเรียวก็คว้าเสื้อฮู้ดมาสวมทับชุดนักศึกษา ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง หยิบหมวกกันน็อคเป็นชิ้นสุดท้ายมาสวมหัวไว้ แล้ววิ่งออกไปขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องขับขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว
ความรีบเร่งกลัวไม่ทันเข้าห้องเรียนในช่วง9:00 น.เช้า ทำให้ลูกหว้าบิดความเร็วขึ้นกว่าปกติ ทว่าจังหวะที่จะถึงสี่แยกบังเอิญไฟแดงสว่างวาบ ทำให้รถคันหน้าชะลอความเร็วและจอด ลูกหว้าที่ขับขี่มาด้วยความเร่งรีบไม่ทันสังเกตไฟจราจรทำให้รถไถลไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระแทกเข้ากับของแข็งอย่างจัง
โครม!
“ว้าย! อื้อ…เเบรคไม่ทันแล้วว…” ลูกหว้าหลับตาปี๋ คิดว่าตัวเองคงถึงคราวต้องตายแล้วแน่ ๆ ร่างเล็กสั่นเทิ้ม มือกำแฮนด์รถไว้แน่น
ส่วนรถด้านหน้าที่โดนกระแทกท้ายเข้าอย่างจัง เจ้าของรถได้แต่ขบกรามดังกรอด
“แม่ง! ใคร ‘เสือก’ มากระแทกตูดรถกูว่ะ” ชัชรัณสบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อเขาขับรถมาดี ๆ พอถึงไฟแดงเขาก็ชะลอจอดตามกฎจราจร สายตาคมตวัดมองกระจกข้างอย่างหงุดหงิด ก็เห็นเป็นรถมอเตอร์ไซค์คันเล็ก เขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นผู้หญิงขับขี่ เพราะมองเห็นเพียงร่างเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อฮู้ดตัวโคร่ง และมีหมวกกันน็อคสวมปิดบังใบหน้าไว้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นคนขับขี่ชัดเจนนัก
ชัชรัณสวมเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู เปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินมาที่ท้ายรถ ก็เห็นร่างคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ยังนั่งแอ้งแม้งอยู่บนพื้นถนน เขาจึงฉุดแขนเล็กให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากัน
“นี่เธอขี่รถภาษาอะไรวะ! ไม่มองถนนหรือไง ว่ารถกำลังติดไฟแดง” เสียงเข้มสาดคำถามใส่เธอเป็นชุด ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ เมื่อลูกหว้าเห็นว่าเจ้าของรถที่เธอทุ่มตูดเป็นใคร ทำให้เธอเดือดดาลขึ้น ไอ้ผู้ชายเฮงซวย เจอที่ไรมีแต่เรื่องซวยมาให้ ลูกหว้ารีบสะบัดแขนออกจากมือหนาที่จับแขนเธอไว้ด้วยความโมโหสุดขีด ทำให้หมวกกันน็อคที่สวมใส่อยู่ร่วงหล่นสู่พื้น
ตุบ!
“แม่ง! นี่เป็นเธออีกแล้วเหรอ!” ชัชรัณจ้องหน้าคนตัวเล็กเขม็ง เขาไม่คิดว่าจะเป็นคู่กรณีเก่า…เอ้ยไม่ใช่สิ! เพราะระหว่างเขากับเธอเพิ่งจะผ่านการ 'จูบ’ กันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง ริมฝีปากของคนตัวเล็ก ก็ยังทิ้งร่องรอยเจ่อนิด ๆ ให้เขาเห็นผลงานอยู่เลย
“ใช่! เป็นเราแล้วนายจะเอาไง! รีบพูดมาดีกว่า เรารีบจะไปเรียน” ลูกหว้าเอ่ยเสียงขุ่น ถึงเธอจะผิด เขาก็ไม่ควรที่จะมาใส่อารมณ์กันแบบนี้
“เธอผิด ก็ต้องรับผิดชอบ” ชัชรัณว่า แล้วตวัดมองรอยขีดถลอกที่ท้ายรถปอร์เช่สีดำ ถึงแม้จะเป็นรอยไม่ลึกมาก แต่สำหรับเขา พวกมันเป็นลูกชายที่เขารักและหวงแหนทุกคัน
“เราต้อรับผิดชอบอยู่แล้ว นายจะคิดค่าเสียหายเท่าไหร่ ก็ว่ามาเรารีบ” เธอย้ำชัด ๆ คนอย่างลูกหว้าไม่เคยชนแล้วหนี
“2 ล้าน…จ่ายมาค่าเสียหาย 2 ล้าน” เสียงเข้มย้ำชัดเจน ทว่าลูกหว้าหูกลับอื้ออึงไปหมด
“นะ นายว่าอะไรนะ!” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขัด
“ฉันบอกว่า 2 ล้าน รีบจ่ายมาดิ๊” มุมปากหยักกดย้ำค่าเสียหาย อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“นี่! นายจะบ้าเหรอ ค่าเสียหายบ้านนายสิ แพงขนาดนั้น” ลูกหว้าตวาดกลับ ทำให้ชัชรัณรีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่ท้ายรถหรู
“เชิญดูให้ชัด ๆ นี่มัน ‘ปอร์เช่’ ไม่ใช่รถพ่วงซื้อของเก่า” ชัชรัณเอ่ยเสียงดุ
“ถ้ามันแพงขนาดนี้เราไม่มีเงินจ่ายหรอก นายจะเอาไงต่อก็ว่ามา” ลูกหว้าเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อเพิ่งรู้ว่าตัวเองดันไปทุ่มตูดรถหรูของหมอนี่เข้าแล้ว แม่ง! ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ ลูกหว้าเอ้ย!
“ถ้าเธอไม่มีเงินจ่าย ก็เตรียมตัวไปนอกคุกได้เลย” ริมฝีปากหยักแสยะยิ้มหยัน เมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กตกใจจนหน้าซีดเผือด
“นายมัน หน้าเลือดจริง ๆ แค่รอยขีดข่วนแค่นี้เรียกตั้ง 2 ล้าน” ขณะที่ทั้งคู่ยังตกลงกันไม่ได้ ก็มีตำรวจจราจรขี่รถเข้ามา หวังจะช่วยไกล่เกลี่ย ทว่าพอมาใกล้ ตำรวจหนุ่มก็เอ่ยทัก
“อ้าว! คุณชัชรัณนั่นเอง ผมนึกว่าใคร มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” ตำรวจจราจรทักทาย แล้วส่งยิ้มให้ทั้งคู่
“ไม่มีครับ เราตกลงกันได้แล้ว” ชัชรัณบอกปัด ทำให้เจ้าหน้าที่ขี่รถออกไป จากนั้นชัชรัณก็หันมาถามย้ำกับคู่กรณีของเขา
“ว่าไงล่ะ! คนสวย จะยอมจ่ายเงินดี ๆ หรือจะไปนอนคุก… ก็เลือกเอา” เขาหรี่ตามองคนตัวเล็กที่ชอบทำท่าทางอวดดีใส่เขาอย่างชั่งใจ ทว่าลูกหว้ายังนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบใด ๆ ออกมา
“อย่ามัวลีลา ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากหรอกนะ นักธุรกิจอย่างฉัน ทุกวินาทีเป็นเงินเป็นทอง” เขาแสยะยิ้ม เมื่อเห็นคู่กรณีเริ่มจนตรอก
“งั้น… เราขอผ่อนจ่ายนายได้ไหม” ลูกหว้าเอ่ยเสียงอ่อย เธอเป็นแค่ลูกสาวแม่ค้าขายส้มตำ จะให้ไปเอาเงินล้านที่ไหนมาจ่าย
“จะผ่อนจ่ายเหรอ ได้สิ! เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจดำ 2 ล้าน…ฉันให้เธอผ่อนจ่าย 2 งวด” มุมปากหยักกระตุกยิ้ม
“อะไรนะ! นายจะบ้าเหรอ เดือนตั้งเป็นล้าน ฉันจะไปหาที่ไหนมาให้ ฉันไม่ได้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีเหมือนนายนะ” ลูกหว้าเอ่ยเสียงขุ่น ไอ้พวกคนรวย มันคงไม่รู้หรอกว่า คนจนที่หาเช้ากินค่ำมันลำบากแค่ไหน กว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาท
“เรื่องมากจังว่ะ ฉันก็ช่วยทุกทางแล้ว ยังจะเรื่องมากอีก” ชัชรัณแกล้งหงุดหงิด เมื่อเห็น ‘ลูกแกะ’ ตัวน้อยกำลังจนตรอก ราชสีห์อย่างเขาจึงค่อย ๆ ต้อนลูกแกะน้อยเข้าถ้ำ แล้วค่อย ๆ ‘ขย้ำเหยื่อ’ ให้จมเขี้ยวในตอนท้ายก็แล้วกัน
“ตอนนี้สายแล้วเธอรีบขึ้นรถฉันก่อน รถเธอคงขี่ไม่ได้หรอก เดี๋ยวฉันจะโทรเรียกช่างมาเอาไปซ่อมให้” ชัชรัณว่าจบ ก่อนจะคว้าข้อมือคนตัวเล็กลากไปขึ้นรถด้วยกัน ลูกหว้าได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อมาอยู่ในรถด้วยกันเธอจึงหันไปเจรจากับเขาใหม่
“บ้านเราจน ไม่มีเงินจ่ายนายมากมายขนาดนั้นหรอก” ลูกหว้าเอ่ยเสียงอ่อย เพราะเธอจนตรอกแล้วจริง ๆ
“เธอทำรถฉันเสียหาย ก็ต้องรับผิดชอบ” ชัชรัณข่มขู่
“เราก็บอกนายไปแล้วไง ว่าที่บ้านจน ถ้านายยัง ‘รีดเลือดกับปู’ นายก็เอาชีวิตฉันไปเถอะ” ลูกหว้าเอ่ยอย่างสิ้นหวัง
“งั้นฉันมีข้อเสนอ… ไม่รู้เธอจะเห็นด้วยไหม” ชัชรัณเอ่ยเสียงขรึม ลอบมองปฏิกิริยาของลูกแกะน้อยหลงทาง
“นายยังมีอะไรอีกเหรอ” ลูกหว้าหันขวับไปมองหน้าคนขับอย่างกระตือรือร้น
“มาเป็น ‘คนของฉัน’ แล้วจะปลดหนี้ให้ทั้งหมด”
“นะ นายว่าอะไรนะ!” ลูกหว้าสวนเสียงสั่น
“มาเป็นของฉัน แล้วฉันจะยกหนี้ให้ทั้งหมด” เขาย้ำ
“ไม่มีทางอ่ะ! เราไม่มีทางขายตัว แลกเงินเด็ดขาด” ลูกหว้าปฏิเสธรัวเร็ว
“ใครบอกว่าเธอขายตัว เธอแค่มาอยู่กับฉัน นอนกับฉันคนเดียว” ลูกหว้าคิดตามข้อเสนอของเขา
“แล้วเราต้องเป็น ‘ของเล่น’ นายนานแค่ไหน” ถึงเขาจะพูดให้ดูดีแค่ไหน ยังไง เธอก็เอาเรือนร่างแลกเงินอยู่ดี
“อาจจะ6เดือน หรือ1 ปี เพราะฉันเป็นคนเบื่อง่าย” เขาเสนอพร้อมลอบมองปฏิกิริยาของเธออย่างลุ้นระทึก
“ถ้าเราตกลงรับข้อเสนอของนาย แล้วต้องทำไงบ้าง” ลูกหว้าเอ่ยเสียงอ่อย เพราะไม่มีทางเลือก
“เธอต้องย้ายมาอยู่คอนโดฉัน เวลาไปมหา’ลัย ก็ไปกับฉันตกลงไหม” ชัชรัณลอบมองคนตัวเล็ก ด้วยหัวใจที่เต้นแรงระส่ำ เขาไม่เคยลดตัวขนาดนี้มาก่อน
“ไม่ตกลง” เธอไม่มีทางย้ายไปอยู่คอนโดฯ กับผู้ชายคนนี้อย่างเด็ดขาด เพราะเธอมีงานต้องทำ เธอไม่มีทางให้พี่แนตตี้หรือใครล่วงรู้เรื่องนี้แน่นอน ไหนจะครอบครัวของเธออีก ถ้าแม่กับน้องชายรู้เรื่องนี้ ทุกคนต้องเสียใจมากแน่ ๆ
“แล้วเธอจะเอาไงวะ!” ชัชรัณหรี่ตามองคนตัวเล็ก อย่างกดดันเมื่อโดนเธอปฏิเสธข้อเสนอ
“เราต้องทำข้อตกลงกับนายก่อน เรามีงานต้องทำ เราอยากให้นายเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ถ้านายต้องการตัวเรา… แค่โทรหรือไลน์มา เดี๋ยวเราจะไปหานายเอง” ลูกหว้ากัดฟันพูด ในเรื่องที่น่ารังเกียจที่สุดในชีวิต
“ตกลง เอาแบบเธอสะดวกก็แล้วกัน” เขากระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยข้อตกลงเพิ่ม
“ช่วงที่มีฉัน เธอห้ามไปยุ่งกับผู้ชายหน้าไหนเด็ดขาด เพราะฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร”
“อืม! งั้นเราก็มีเรื่อง จะขอนายเหมือนกัน”
“ว่ามาสิ!”
“ในช่วงที่นายมีเรา นายอย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกได้ไหม”
“อืม ได้สิ”
“ถ้านายทำผิดกฎกติกา จะถือว่าเรื่องของเราจบลงทันที”
“อืม ตกลง” จากนั้นชัชรัณรีบหยิบมือถือ เปิดคิวอาร์โค้ตให้ลูกหว้าแสกนรับเขาเป็นเพื่อนอย่างรวดเร็ว กลัวถ้าช้าเพียงเสี้ยววิแล้วเธออาจจะเปลี่ยนใจเสียอย่างนั้น
