บท
ตั้งค่า

10 จำไม่ได้จริง ๆ เหรอ

“คุณองศาเรียกหนูขึ้นรถมามีอะไรหรือเปล่าคะ?” มาธวีรีบถามหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถของเขาแล้ว เธอรู้สึกตัวเกร็งไปหมดเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดกับท่านประธานของบริษัทมากขนาดนี้

“ผมเห็นว่าเลิกงานผิดเวลาน่ะก็เลยอยากจะไปส่ง”

“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกค่ะคุณองศา หนูนั่งรถเมล์ไปไม่กี่ป้ายก็ถึงบ้านแล้ว”

“รังเกียจผมเหรอ?”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะแต่หนูเกรงใจค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธ

“แต่ผมเป็นคนทำให้คุณต้องเลิกงานผิดเวลานะ ถ้าทำที่แผนกเดิมก็คงได้เลิกงานตามเวลา” องศาพูดเหมือนรู้สึกผิดแต่ทุกอย่างมันเป็นแผนของเขา

“เรื่องนี้หนูเต็มใจเองนะคะ ไม่ได้มีใครบังคับเลยนะคะ”

“แต่ไหน ๆ คุณก็ขึ้นรถมาแล้วยังไงให้ผมไปส่งที่บ้านดีกว่านะ บอกทางมาสิ”

“คุณองศาคะถ้าคุณอยากจะไปส่งจริง ๆ คุณส่งแค่หน้าปากซอยได้ไหม”

“ทำไมล่ะหรือที่บ้านมีใครรออยู่ แล้วกลัวเขาจะรู้ว่ามีผู้ชายมาส่งที่บ้านเหรอ?”

“เปล่าค่ะ หนูอยู่กับยายและหนูไม่อยากให้ยายตกใจที่เห็นคุณองศาซึ่งเป็นถึงประธานบริษัทมาส่งหนูที่บ้าน”

“แต่ผมว่าถ้าผมไปส่งคุณที่บ้านยายคุณน่าจะไม่ว่าอะไรหรอกนะ ท่านก็คงรู้สึกดีที่หลานสาวของท่านถึงบ้านอย่างปลอดภัย”

“แต่หนูว่าอย่าเลยค่ะ หนูไม่อยากให้คนอื่นรู้ด้วยค่ะ”

“ผมว่านอกจากกลัวยายรู้แล้ว คุณยังกลัวคนอื่นจะรู้อีกหรือเปล่าล่ะ คุณคงกลัวแฟนรู้สินะ”

“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะที่หนูบอกว่ากลัวคนอื่นจะรู้ก็คือหนูกลัวเพื่อนที่ฝึกงานด้วยกันจะรู้หรือไม่คนที่บริษัทของคุณองศารู้หนูคงเดือดร้อนแน่ ๆ หนูไม่อยากจบช้านะคะ คุณองศาคะหนูขอร้องล่ะค่ะส่งหนูแค่หน้าปากซอยนะคะ” หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดเธอกลัวว่าเรื่องนี้คนอื่นจะรู้และมันจะกระทบกับการฝึกงานของเธอ

บรรยากาศในรถเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่เดินเบา ๆ กับเสียงลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะของหญิงสาว

องศาเหลือบมองเธอจากหางตา เห็นท่าทางนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มบาง ๆ มุมปาก

“ผมถามอะไรหน่อยได้ไหมน้ำผึ้ง” เสียงของเขาเรียบ

“คุณองศาจะถามอะไรหนูคะ” มาธวีรู้สึกถึงความผิดปกติในน้ำเสียงนั้นโดยเฉพาะเมื่อเขาเน้นที่ชื่อเล่นของเธอมันฟังดูคล้ายกับบาร์เทนเดอร์ในคืนนั้น หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาและเมื่อตั้งใจมองจากมุมด้านข้างภาพของเขาในเช้านั้นมันก็ซ้อนทับกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอน้ำผึ้ง?”

“หมายความว่ายังไงคะ?” เธอแกล้งถามออกไปทั้งที่ตอนนี้ในใจมันเต้นแรงและกำลังคิดหาทางปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงในคืนนั้น

องศาไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงมองถนนตรงหน้า สายตาเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่

“ผมอยากรู้จังว่าคุณเมามากจนจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้หรือคุณแค่แกล้งทำเป็นจำไม่ได้ว่าเราสองคนเคยเจอกันมาก่อน” องศาหยุดรถชิดข้างทางแล้วหันกลับมามองหน้ามาธวีตรง ๆ สายตาคมเข้มที่จ้องมานั้นทำให้เธอแทบกลั้นหายใจ หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก

“แต่หนูกับคุณไม่เคยเจอกันนะคะ” เธอพยายามปฏิเสธ ทั้งที่เสียงเริ่มสั่นและสายตาหลบเลี่ยง

“คิดว่าจะหนีความจริงพ้นเหรอน้ำผึ้ง”

“เปล่านะคะ” เสียงของเธอสั่นพร่าทั้งที่พยายามฝืนให้คงที่

“คุณคิดว่าเงินสามพันจะปิดความลับได้เหรอ?”

“แล้วคุณต้องการเท่าไหร่?”

“พูดอะไรผิดไปหรือเปล่า คุณกำลังจะเอาเงินปิดปากผมทั้งที่ผมเป็นเจ้าของบริษัทที่คุณฝึกงานอยู่นะ”

“แล้วคุณจะให้หนูทำยังไง?” ดวงตาของมาธวีเริ่มสั่นระริก ความทรงจำบางส่วนที่เธอพยายามฝังลึกให้ลืมเลือน เริ่มกลับมาทีละน้อยเหมือนเงาที่โผล่จากความมืด ภาพแสงไฟนีออน เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ รอยยิ้มของผู้ชายที่ดูอบอุ่นแต่แฝงเสน่ห์บางอย่าง แม้ว่าตอนแรกเธอจำได้เพียงเลือนราง แต่เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบข้างหูในคืนนั้นมันคือเสียงเดียวกับคนตรงหน้าในตอนนี้

“คืนนั้นคุณตั้งใจใช่ไหม คุณรู้ว่าผมเป็นใครใช่ไหม?” องศาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจเพราะถ้าหากมันเป็นแบบนั้นเขาก็จะเลิกสนใจในตัวเธอ

“หนูไม่รู้ว่าคุณคือใคร ถ้ารู้หนูคงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก คุณคงไม่ยกเลิกการฝึกงานของหนูใช่ไหมคะ?”

“คุณทำผิดอะไรผมถึงต้องยกเลิก”

“ก็คือ หนู.....” เมื่อคิดถึงโน้ตที่ตัวเองทิ้งไว้หญิงสาวก็รู้สึกอายจนหน้าแดง เขาเป็นถึงประธานบริษัทแต่เธอกลับคิดว่าเขาคือบาร์เทนเดอร์อีกทั้งยังจ่ายเงินให้เขาอีกด้วย ตอนนี้มาธวีกลัวว่าเขาจะโกรธและยกเลิกการฝึกงานของเธอ

“มีอะไรจะพูด”

“คุณเป็นคนเดียวกับผู้ชายคืนนั้นจริงใช่ไหมคะ?” เธออยากให้เขาตอบว่าไม่แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของท่านประธานแล้วเธอก็หน้าจ๋อย

“ใช่สิ จะให้ผมบอกไหมว่าคืนนั้นเราทำอะไรกันบ้าง มีความสุขแค่ไหนและตอนเช้าคุณทิ้งโน้ตว่าอะไรบ้าง ผมจำไม่ลืมนะ”

มาธวีเม้มปากแน่น มือเย็นเฉียบจนต้องกำไว้กับตัก เธอรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง ทุกอย่างรอบตัวพร่าเบลอก่อนจะถามออกไปด้วยเสียงสั่น

“คุณองศารู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกใช่ไหมคะ ว่าหนูคือคนคนนั้น”

“รู้” เขาตอบตรง ๆ

“แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องเรียกหนูขึ้นรถ ต้องทำให้หนูรู้สึก....” น้ำเสียงของเธอขาดห้วงไป เพราะไม่รู้จะใช่คำว่าอะไรดี อับอาย? กลัว? หรือเจ็บกันแน่

“เพราะผมอยากให้คุณจำผมได้” องศามองหน้าเธอ ดวงตานั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“แต่คุณไม่ควรพูดมันออกมาแบบนี้ หนูอยากจะลืม คุณรู้ไหมว่าหนูรู้สึกยังไง หนูพยายามลืมมัน พยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดของคนเมา หนูไม่คิดว่าจะต้องมาเจอคุณอีก” มาธวีเสียงสั่น

“แต่เราก็ได้เจอกันอีก ผมคิดว่าอาจเป็นโชคชะตา” องศาพูดอย่างเย็นชา

“โชคชะตาเหรอคะแต่สำหรับหนูคิดว่ามันคือฝันร้ายต่างหาก” มาธวีหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาเริ่มคลอ

คำพูดนั้นแทงใจเขาอย่างจัง องศาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

“ผมขอโทษนะน้ำผึ้งที่พูดเรื่องนี้โดยไม่คิดถึงความรู้สึกของคุณ ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผมจำคุณได้และไม่เคยดูถูกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย”

หญิงสาวไม่ตอบ เธอหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง พยายามซ่อนแววตาที่สั่นไหวและน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นมา เธอไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จะโกรธหรือเสียใจดี

องศานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดขึ้น

“ผมจะส่งคุณแค่หน้าปากซอยอย่างที่ขอ” แล้วรถก็เคลื่อนไปไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย

เมื่อรถจอดที่หน้าปากซอยมาธวีรีบเปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หญิงสาวไม่รู้เลยว่าการไปฝึกงานพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel