
บทย่อ
“สตรี… ก็ชิงอำนาจได้ไม่แพ้บุรุษ”
บทนำ
บทนำ
สายฝนโปรยปรายในยามพลบค่ำ… บางเบา ราวกับเสียงกระซิบของผู้ตาย
สายลมเย็นย่ำผิวแก้มจนแดงเรื่อ ร่างของสตรีในชุดคลุมผ้าหยาบสีหม่นยืนนิ่งใต้ต้นหลิวโบราณ เบื้องหน้าเป็นประตูวังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของนางวังหลังอันโอ่อ่าตระการตา ที่ยามนี้กลับเงียบงันเยียบเย็นดุจสุสาน
“สิบห้าปี…”
เสียงของนางแผ่วเบา หากแฝงไว้ด้วยแรงสะท้อนจากก้นบึ้งของจิตใจ “นานพอจะทำให้ผู้คนลืม… แต่มิได้ลบเลือนทุกหยาดหยดของความจริง”
เงาอดีตแล่นวาบผ่านดวงตา…เปลวเทียนสั่นไหวกลางลม พิธีถอดยศอันน่าอัปยศ
เสียงร้องไห้ของนางในที่จงรักภักดีถูกโบยตีอย่างไร้เมตตา โอรสน้อยที่ถูกพรากไปจากอกต่อหน้าต่อตา
และ… สีหน้าของฮ่องเต้ผู้ที่สำควรจะต้องปกป้องนางยิ่งกว่าผู้ใดกลับสับสน ระคนหวาดกลัว แต่ไม่แม้แต่ยื่นมือช่วยนางที่เป็นภรรยา
เจิ้งซูเฟยอดีตฮองเฮาแห่งต้าหรง เคยสูงศักดิ์เทียบฟ้า กลับต้องจบลงที่การถูกใส่ร้ายว่าปองพระชนม์ฮ่องเต้ และถูกปลดกลางท้องพระโรงอย่างไร้ปรานี
“หากฟ้าไม่เมตตา ข้าจะชิงเมตตานั้นกลับมาเอง”
เสียงเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน
สิบห้าปีผ่านไป นางไม่ใช่สตรีผู้เปราะบางที่ยอมยืนอยู่ใต้กระบี่ของโชคชะตาอีกต่อไปแล้ว
นางจะกลับไปยังวังหลวงไม่ใช่ในฐานะสตรีที่ถูกเหยียบย่ำ แต่ในฐานะ มารดาของฮ่องเต้ ผู้จะเปิดโปงความลวง… และพลิกฟ้ากลับตลบแผ่นดินให้รู้ว่า
“สตรี… ก็ชิงอำนาจได้ไม่แพ้บุรุษ”
“กลับมาทำไม ท่านทอดทิ้งข้าในวันที่ข้ายังเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา แต่พอวันนี้ข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ ท่านกลับย้อนคืนมาทวงสิทธิ์…โดยอ้างความเป็นมารดางั้นหรือ”
“แม่ไม่เคยคิดทอดทิ้งลูกเลย…แต่หากวันนั้นแม่ไม่จากไป เราสองแม่ลูกคงไม่มีใครรอด แม่ยอมวางลูกไว้กลางดงศัตรู เพราะอย่างน้อย…ลูกจะยังได้มีลมหายใจ”
สายพระเนตรที่ทอดมาเยียบเย็นนัก ทว่าความตัดพ้อในนั้น…กลับบาดลึกยิ่งกว่าคำตำหนิพันคำ “แต่ท่านทิ้งข้า…”
เจิ้งซูเฟยเพียงสบตา ก็รู้สึกราวอากาศในอกถูกรีดรินออกไปหมดสิ้น จะมีรักใดในโลก เทียบได้กับรักของมารดาต่อลูกเล่า รักของบุรุษที่มีต่อสตรี เมื่อเขาก้าวพ้นประตูเรือน ใจอาจลอยไปหาสตรีอื่นได้ทุกเมื่อ
แต่รักของแม่…คือรักที่ฝังลึกในสายโลหิต อีกหนึ่งชีวิตที่ถือกำเนิดจากเรือนกายของนางย่อมไม่มีสิ่งใดมาเทียบเทียมได้เลย
