บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

ผู้ใดจะคาด...หันไปบนเนินกลับมองเห็นโจรสองคนขี่ม้าไล่ตามหญิงสาวอรชรที่สวมหมวกคลุมใบหน้า!!!

เขาจำนางได้ในทันที...แน่นอน ดังนั้นจึงไม่ลังเลสักนิดตอนที่ควบม้าตามหลังมาติดๆ ไม่ได้ใส่ใจการต่อสู้ ไม่แยแสว่าเมิ่งจื่อจวินและลั่วหยวนเหนียงจะปลอดภัยหรือไม่ จะจับตัวกลับไปได้หรือไม่ได้ เขาไม่ใส่ใจเรื่องอื่นสักนิดนอกจากความปลอดภัยของนาง!!!

ฟ้ามืดแล้ว...

เหยียนจิ่นเหิงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เขาพาร่างปวกเปียกขึ้นมาถึงฝั่งสำเร็จ จากนั้นมองข้ามฝั่งไปยังกลุ่มโจรที่เริ่มจุดคบเพลิงออกตามล่าคน ลูบใบหน้าของหญิงสาวก็พบว่านางหายใจแม้จะหลับตาไม่ได้สติก็ตาม

เขาไม่รู้ว่าอีกฟากเป็นอย่างไรบ้าง รู้เพียงตอนนี้เมิ่งเสวี่ยเยวียนปลอดภัยแล้ว เขาเองก็ด้วย...

ก้มลงมองคนที่หมดสติไปในอ้อมแขน เขาถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่ง มองไปรอบๆ จากนั้นก็ตัดสินใจแบกนางขึ้นหลัง โจรกลุ่มนี้เป็นโจรภูเขาจริงๆ ที่ไม่ใช่โจรปลอมตัวมาเหมือนครั้งที่บิดามารดาของเขาโดนดักปล้น ดังนั้นเขาไม่อาจรอช้าและย่ามใจพักเหนื่อยอยู่ตรงนี้

ในความมืดเขาเดินเท้าโดยแบกหญิงสาวที่หมดสติบนหลัง เท้าก้าวเดินสองตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวัง พยายามไม่ให้เกิดเสียง กระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ถนนที่เลียบไปตามแม่น้ำ หากโจรกลุ่มนั้นข้ามฝั่งมาก็ต้องเริ่มค้นหาจากริมถนนก่อน หากเจอตัวเขาในสภาพนี้เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถพาหญิงสาวหลบหนีไปได้อย่างปลอดภัย

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในป่า ขึ้นที่สูงเพื่อให้มองเห็นความเคลื่อนไหวโดยง่าย หากโจรกลุ่มนั้นมาเพื่อตามล่าอย่างน้อยเขาก็จะมองเห็นคบเพลิงเป็นอย่างแรก นี่เป็นความได้เปรียบของการหลบเร้นในความมืด...

ชะง่อนผา...แม้ไม่อบอุ่นแต่ก็ปลอดภัย ที่สูงเช่นนี้กันลมได้ก็นับว่าดีมากแล้ว เขาวางหญิงสาวลงโชคดีที่นางได้สติแล้ว “คุณหนูเมิ่ง...เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” สองมือของเขาประคองแก้มเย็นเยียบของนาง อุ้งมือวางแนบส่งความอบอุ่นให้นางเล็กน้อย

“ประมุข...เหยียน?” นางส่งเสียงถามแผ่วเบาจากนั้นไอออกมาถี่ๆ

เหยียนจิ่นเหิงประคองนางขึ้นและช่วยลูบหลังให้นาง “บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่”

นางส่ายหน้าจากนั้นมองไปรอบๆ “พวกเรา...อยู่ที่ไหน”

“ข้ามแม่น้ำมาแล้ว ข้าพาเจ้าขึ้นเขามาหลบก่อนเพราะเกรงโจรกลุ่มนั้นจะข้ามแม่น้ำมา อีกฝั่งข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในเมื่อเจ้ารู้สึกตัวแล้วข้าจะไปนั่งตรงนั้นสาบานว่าจะไม่หันกลับมา เจ้าจัดการตัวเองบิดเสื้อผ้าให้หมาด เราไม่อาจก่อไฟหากจะอยู่รอดจนฟ้าสางชุดที่สวมไม่อาจเปียกชื้นเช่นนี้”

นางเข้าใจความหมายของเขาโดยที่ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องอธิบายซ้ำ ดังนั้นเมื่อเขาหันหลังนั่งลงห่างออกไปจากนั้นเริ่มถอดเสื้อบิดน้ำออก ด้านหลังจึงได้ยินเสียงสวบสาบเช่นกัน เหยียนจิ่นเหิงลอบอมยิ้มสายตาของเขามองตรงไปข้างหน้า ในใจของเขาโล่งอกเพราะมองไม่เห็นแสงไฟหรือคบเพลิง

เหลิ่งซา คนคุ้มกันของเขาเป็นคนฉลาด อีกฝ่ายไม่มีทางออกมาตามหาเขาในช่วงเวลานี้ จำนวนคนที่น้อยกว่า อีกทั้งไม่รู้แน่ชัดว่าโจรกลุ่มนี้เป็นใครและมีจำนวนกี่มากน้อย หากบุ่มบ่ามออกตามหาทันที รังแต่จะทำให้เป็นเป้าหมายโจมตีก็เท่านั้น อย่างน้อยเขาจะต้องรอจนเช้าให้คนของเขาแจ้งทางการเพื่อขอคนมาช่วย เห็นคนของทางการมาโจรกลุ่มนั้นคงไม่โง่งมที่จะเผยตัว...

ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นเยียบ ชุดที่สวมแม้ไม่ได้เปียกชุ่มแต่ก็ยังหลงเหลือความชื้น มองเห็นหญิงสาวถูมือกับต้นแขนเขาถอนหายใจ “เจ้าขยับมานี่สิ” เขาส่งเสียง “มานั่งข้างหลังข้า” นางยังคงไม่ขยับ “จุดที่ข้านั่งมองเห็นข้างล่างชัดเจน หากมีคนขึ้นเขามาข้าจะรู้ในทันที เข้ามานั่งข้างหลังข้าแนบหลังก็พอ คืนนี้อากาศบนภูเขาจะยิ่งเย็นกว่าเดิม ถึงรอดจากมือโจรป่าก็ยังต้องเอาชีวิตรอดจากความหนาวให้ได้ก่อน จากนั้นจึงจะสามารถคิดหาวิธีหลบหนีลงเขา”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel