1
เสียงกระพรวนที่ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านกาแฟที่จัดร้านได้อย่างมีสไตล์ของตัวเองดังขึ้น ทำให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์สำหรับรับออร์เดอร์และทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็เห็นว่าคนที่เพิ่งเดินพ้นประตูร้านที่เป็นกระจกสำหรับผลักเข้าออกนั้น ไม่ใช่ลูกค้าอย่างที่คิด แต่กลับเป็นเพื่อนรักที่มีสีหน้าอมทุกข์เป็นที่สุดต่างหาก
“ทำไมหน้าบูดอย่างกับตูดลิงมาเชียววันนี้?” คนที่เห็นใบหน้าเป็นทุกข์ของเพื่อนร้องถาม ด้วยคำพูดที่ประดิษฐ์ประดอยขึ้นให้กวนอวัยวะเบื้องล่างเสียเหลือเกิน ก็แหม...คนอย่างเธอพูดดีๆ กับเขาเป็นเสียที่ไหน แต่ละคำถ้าไม่ออกมาแล้วกวนอารมณ์น่ะ คงไม่ใช่คำพูดของรุจาภา วรลักษณ์หรอกน่า ถึงแม้ว่าปากจะเสียแค่ไหน แต่เธอก็เป็นห่วงเพื่อนด้วยความจริงใจเสมอนะ
“จ้า...ฉันมีเรื่องอยากปรึกษาแกหน่อยน่ะ” แพรพิลาศ อุทธนันท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ไม่ได้ค้อนกลับอย่างที่เคยทำยามที่โดนเพื่อนรักกวนบาทา และนั่นทำให้รุจาภาต้องขมวดคิ้วอย่างกังวลมากขึ้น ลงว่าแพรพิลาศผู้ร่าเริงเป็นนิจได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเช่นนี้แล้ว เรื่องที่เธอกำลังเครียดอยู่คงเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
“เอ่อ...ถ้างั้นแกรอฉันแป๊บนึงนะ ขอเก็บร้านก่อน” รุจาภาบอกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะกังวลมากขึ้น เมื่อหน้าตาสะสวยเจริญตาของแพรพิลาศบัดนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมองจากเรื่องทุกข์ที่สุมอยู่ในใจ แพรพิลาศพยักหน้ารับ ก่อนเดินเลี่ยงออกไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในสุดของร้านกาแฟแห่งนี้
รุจาภาช่วยลูกจ้างอีกสองคนเก็บร้านเมื่อเวลาเย็นย่ำมากแล้ว และเป็นเวลาปกติที่ร้านจะปิดทำการ เธอและแพรพิลาศต่างก็เป็นเจ้าของร้านกาแฟแห่งนี้ด้วยกัน ทั้งสองร่วมหุ้นกันเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ทั้งสองเรียนอยู่ ถ้านับตามอายุร้านตอนนี้...ร้านนี้ก็อายุเกือบๆ จะสามปีแล้วล่ะ เพราะรุจาภาและแพรพิลาศเปิดร้านนี้ตั้งแต่ทั้งสองคนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2
“เอาล่ะ...แกมีเรื่องทุกข์ใจอะไร ไหนลองเล่ามาให้ฉันฟังซิ” รุจาภาถามหลังจากเก็บร้านและลูกจ้างอีกสองคนกลับบ้านไปแล้ว ร่างบางทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเพื่อนรัก
“เฮ้อ...” แพรพิลาศถอนหายใจอย่างคนคิดไม่ตก ก่อนเปิดปากเล่าเรื่องทุกอย่างที่เก็บเงียบไว้มาเกือบปีแล้ว “แกก็รู้ใช่ไหมว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่ชายของแก”
“อืม แล้วไง?” รุจาภาถามต่อ ทว่าความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในสมอง ก็ทำให้เธอต้องจ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง “หรือว่าแกไม่อยากแต่งงานกับพี่ชายฉันแล้ว?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” แพรพิลาศปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ก็เพราะฉันรักพี่จอม และฉันก็มั่นใจว่าอยากแต่งงานกับเขามากนี่แหละ ฉันเลยต้องมานั่งเครียดอยู่อย่างนี้?”
“อ้าว? ทำไมต้องเครียดล่ะ?” รุจาภาชักจะงงกับเพื่อนรักเข้าไปทุกที “ในเมื่อพี่ชายฉันก็รักและก็รอคอยที่จะแต่งงานกับเธอมาตลอดเก้าปี”
“คือ...ถ้าฉันเล่าอะไรให้แกฟัง แกสัญญากับฉันก่อนได้ไหมว่าจะไม่โกรธ?” แพรพิลาศถามด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรง ว่ารุจาภาจะโกรธเธอจนไม่ยอมมองหน้า หากว่าเธอเล่าเรื่องบางอย่างให้เพื่อนรักฟัง
“ลองเล่ามาก่อนแล้วกัน”
“ไม่! แกสัญญาก่อนสิ” แพรพิลาศไม่ยอมเสียเหลี่ยมเพื่อนรักง่ายๆ หรอก รู้ดีว่าที่รุจาภาตอบอย่างนั้นเพราะไม่อยากให้คำตอบมามัดตัวตัวเองทีหลัง
“เออๆ!” รุจาภาตอบรับอย่างเสียไม่ได้ แม้จะไม่อยากจะสัญญาอะไรกับใครหน้าไหนก็ตาม แต่ก็อยากรู้เรื่องที่ทำให้เพื่อนรักทุกข์ใจมากกว่า “เล่ามาได้ยัง?”
“คือ...แกก็คงรู้มาตลอดใช่ไหมว่าฉันกับพี่ชายแกคบกันมาเกือบเก้าปีแล้ว?” คำถามของแพรพิลาศทำให้รุจาภาส่งสายตาประหนึ่งว่า จะมัวถามวกไปวนมาให้มันยืดเยื้อทำไม รีบๆ เข้าเรื่องเลยจะไม่ได้ดีกว่าหรือ? “และฉันก็รู้ตัวมาโดยตลอดว่าฉันต้องแต่งงานกับพี่จอมอย่างแน่นอน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ความจริงฉันรู้อนาคตของตัวเองมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว เพราะพ่อแม่ของฉันและแกเกริ่นๆ เรื่องนี้กับฉันและพี่จอมมานาน...”
“แล้ว?” รุจาภายังไม่คิดว่ามันมีเรื่องอะไรที่น่าทุกข์ใจตรงไหน ในเมื่อแพรพิลาศก็รู้ตัวมาก่อนตั้งสี่ปีแล้วว่าต้องแต่งงานกับรณกร พี่ชายที่แสนดีหาใครเปรียบไม่ได้ของเธอ
“ก็...คนเรานะ พอคบกันไปนานๆ ความรักแบบลุ่มหลงมันก็จืดจางไป เหลือไว้เพียงความผูกพันที่เป็นความรักขั้นที่ลึกซึ้งกว่านั้น” แพรพิลาศพยายามจะอธิบายในสิ่งที่เธอรู้สึกให้เพื่อนรักฟัง มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งนักกับเรื่องของหัวใจ และมันเข้าใจยาก...หากว่าไม่ลองมาประสบด้วยตัวเอง ก็คงจะไม่มีใครเข้าใจได้ แต่ว่าตอนนี้...เธอหวังเพียงว่ารุจาภาจะยอมเข้าใจในความรู้สึกของเธอ แม้เพียงสักนิดก็ยังดี “แล้วฉัน...ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฉันยังอยากจะแต่งงานกับพี่จอมอยู่อีกหรือเปล่า? ยังอยากจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตร่วมกับพี่จอมอยู่อีกไหม? ฉันอยากรู้ว่าพี่จอมจะเป็นคนที่ใช่สำหรับฉันเหมือนที่คบกันตอนแรกๆ หรือเปล่า? ฉันก็เลย...ลองคุยกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามา...จีบ...ฉัน”
“นี่แก...แกนอกใจพี่ชายฉันอย่างนั้นเหรอ!!?” รุจาภาโมโหแทบบ้าเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักนอกใจพี่ชายที่แสนดีของเธอ เธอไม่แปลกใจหรอกที่แพรพิลาศจะมีชายหนุ่มมากหน้าหลายตาแวะเวียนมาขายขนมจีบ ก็แหม...แพรพิลาศออกจะสวยระดับดาวมหาวิทยาลัยขนาดนี้ พี่ชายของเธอไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรถึงได้แพรพิลาศเป็นแฟน แต่ที่ไม่คาดคิดเลยก็คือเพื่อนของเธอจะนอกใจรณกร ทั้งๆ ที่พี่ชายของเธอนั้นออกจะเป็นพี่ชายที่แสนดีเพียบพร้อมอย่างที่หาในตัวผู้ชายคนอื่นได้ยากนัก ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ เข้าใจผู้หญิง อดทนทุกอย่างเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว และที่สำคัญ...พี่ชายของเธอรักแพรพิลาศมากอย่างที่ไม่มีทางที่จะชายตาแลผู้หญิงคนไหนแน่ๆ ในชีวิตนี้ แต่เพื่อนของเธอทำอย่างนี้กับรณกรเนี่ยนะ!?
“ไหนแกบอกว่าจะไม่โกรธฉันไง?” แพรพิลาศรีบทวงสัญญา เมื่อเห็นรุจาภากำลังจะออกโรงเต้นงิ้วเข้าไปทุกที ใบหน้าสวยถมึงทึงด้วยความโมโหแทนพี่ชาย
“แกนอกใจพี่ชายฉันนะ! จะไม่ให้ฉันโกรธได้ไง?” รุจาภาตะคอกถามเพื่อนรักอย่างระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ของแพรพิลาศซีดลงและเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ร่อมรออยู่แล้ว
“ฉันรู้...” แพรพิลาศเสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด เธอกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ก่อนรีบอธิบายต่อ ลำพังแค่เธอรู้สึกผิดเองก็แย่พออยู่แล้ว นี่เพื่อนรักยังทำท่าจะโกรธเธอจนถึงขั้นเลิกคบอีกต่างหาก “แต่ว่า...ตอนนี้ฉันก็รู้ตัวแล้วว่าฉันยังรักพี่จอมอยู่ ยังอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อีกตลอดชีวิตกับพี่จอม ยังอยากจะแก่ไปพร้อมๆ กับพี่จอม พี่จอมคือผู้ชายที่ใช่และดีที่สุดสำหรับฉัน แกรู้ไหมว่าที่ผ่านมาตลอดหนึ่งปีที่ฉันลองคุยกับผู้ชายคนอื่น ลองเฟลิร์ตกับผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาน่ะ ไม่เคยมีคนไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาดีไปกว่าพี่จอมเลยสักนิด พี่จอมคือคนที่ดีพร้อมที่สุดในสายตาของฉัน ฉันมักจะเอาเขาเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับพี่จอมเสมอ แล้วก็พบกับข้อเสียของพวกเขามากมายจนต้องเลิกคบไป ในเวลานานสุดก็สามอาทิตย์”
“นี่...นี่แก...นอกใจพี่ชายฉันมาตั้งปีเชียวเหรอ?” รุจาภายังคงถามด้วยสีหน้าขึงขัง แหม...พี่ชายเธอโดนเพื่อนรักของเธอหักหลังนะ! ไม่โมโหแทนก็บ้าแล้ว! แต่อย่างไรก็เถอะ...แพรพิลาศเป็นเพื่อนเธอที่คบกันมานาน นานกว่าที่แพรพิลาศจะคบกับพี่ชายเธอด้วยซ้ำ แล้วเมื่อเพื่อนทำผิดและก็ได้รู้สึกผิดแล้ว เธอจะไม่ให้อภัยเลยมันก็ดูจะใจจืดใจดำไปหน่อยกระมัง คนเรามันย่อมผิดพลาดกันได้ไม่ใช่หรือ? แล้วเมื่อพลาดทุกคนก็ย่อมหวังที่จะได้มีโอกาสแก้ตัวนี่นา อย่างไรเสียตอนนี้แพรพิลาศก็รู้แล้ว ว่ารักรณกรมากที่สุด เธอก็ควรจะเลิกโกรธและให้โอกาสเพื่อนรักอีกสักครั้งไม่ใช่หรือ? “ช่างเถอะๆ ยังไงแกก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิด แล้วก็รู้แล้วว่าแกรักพี่ชายฉันที่สุด ฉันจะไม่โกรธแกก็ได้”
“ขอบใจนะจ้า แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย” คราวนี้แพรพิลาศเริ่มจะยิ้มออกบ้างแล้ว เมื่อเพื่อนรักไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอย่างที่กังวลเอาไว้ แต่เมื่อนึกถึงปัญหาใหญ่อีกปัญหาที่เป็นผลพวงมาจากการไม่แน่ใจของเธอเอง แพรพิลาศก็ต้องมีสีหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ปัญหามันไม่จบที่เท่านั้นน่ะสิ”
“อ้าว...ทำไมล่ะ?”
