บท
ตั้งค่า

บทที่ 3

วันต่อมา ฉันนัดกินมื้อกลางวันอำลากับเพื่อนร่วมงานเก่าสองสามคน

มีร่ายืนกรานจะเลือกร้านใกล้อาคารสำนักงานของตระกูล—ร้านที่ปูผ้าปูโต๊ะสีขาว แสงไฟสว่างเกินพอดี และเป็นประเภทที่แกล้งทำเหมือนไม่มีพวกมาเฟียปลอมตัวนั่งอยู่เต็มร้าน

ฉันยังถอดเสื้อโค้ตไม่ทันเสร็จ เสียงคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมากลางร้าน

“โอ้โห ดูนั่นสิ”

ฉันหันไป แล้วก็เห็นพวกเธอ—ผู้หญิงสามคนจากรุ่นฝึกอบรมเดียวกัน พวกที่เกลียดฉันตั้งแต่วันแรก เพราะสถานะเด็กทุนของฉันมันแทบเหมือนเป้ายิงที่ติดอยู่กลางหลัง

เซลีน เกรโก้นั่งอยู่ตรงบาร์พร้อมผู้หญิงอีกสองคน ทั้งผมเงางาม แต่งตัวเนี้ยบ และมาจากตระกูลร่ำรวยกันทุกคน

“เอล์ฟ มาร์ติโน่” เซลีนพูดเสียงดังพอให้โต๊ะข้าง ๆ ได้ยิน “อัจฉริยะประจำองค์กรของพวกเรา”

“ยังพยายามคว้าตำแหน่งที่ปรึกษาใหญ่อยู่อีกเหรอ?”

เธอเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ “อุ๊ย ขอโทษที ฉันลืมไปว่าเธอไม่ผ่าน”

“อีกแล้วนี่นา”

ผู้หญิงสองคนข้างเธอหัวเราะคิกคัก เป็นเสียงหัวเราะเสแสร้งที่จงใจเรียกความสนใจจากคนทั้งร้าน

เพื่อนของฉันเริ่มตึงเครียดขึ้นทันที

มาร์โก หน่วยบังคับการที่เคยฝึกมาด้วยกัน ถึงกับขยับตัวเหมือนจะลุกขึ้น

“อย่า” ฉันพูดเบา ๆ

มือของมีร่าเอื้อมมาจับมือฉันใต้โต๊ะ “ไม่ต้องสนใจพวกเธอหรอก เอล์ฟ”

แต่เซลีนยังไม่ยอมจบง่าย ๆ

“รู้ไหมว่าอะไรตลกที่สุด?” เซลีนพูดต่อ พลางหมุนแก้วไวน์ในมือเบา ๆ “ลูกพี่ลูกน้องฉันทำงานอยู่ที่สภาตระกูล”

“เขาบอกว่าตอนแรกเธอได้อันดับหนึ่งนะ”

“แต่แล้ว—อุ๊ย—ดันเกิดความผิดพลาดทางเอกสารขึ้นพอดี”

เพื่อนของเธอหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม

“น่าเสียดายนะ” เซลีนพูดต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเห็นใจจอมปลอม “พยายามแทบตาย สุดท้ายกลับถูกยกตำแหน่งให้คนอย่างมีอา รอสซี่”

“ผู้หญิงที่เหมาะกับตำแหน่งนั้นจริง ๆ”

“ผู้หญิงที่รู้ว่าควรวางตัวเป็นผู้หญิงยังไงในวงการแบบนี้”

หนึ่งในนั้นยกมือขึ้นปาดน้ำตาปลอม ๆ “เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าดัน—ลูเชียน มอเรตติเป็นคู่หมั้นของเธอ?”

“ที่รัก เธอยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับเขาเลยด้วยซ้ำ”

เซลีนเอียงหัวเล็กน้อย “ขนาดตำแหน่งภรรยาของเขา เธอยังไม่ได้รับเลือกเลย”

โต๊ะรอบข้างเงียบลงทันที

ตอนนี้คนในองค์กรหลายคนเริ่มหันมาฟังแล้ว บางคนมองด้วยความสงสาร บางคนมองด้วยความสะใจเย็นชา

มีร่าเอื้อมมือมาจับมือฉันใต้โต๊ะ ราวกับอยากดึงฉันเอาไว้ไม่ให้จมลงไป

แล้วจู่ ๆ ดวงตาของมาร์โกก็เบิกกว้าง

“พูดถึงปีศาจ ปีศาจก็มาเลย” เขาพึมพำ

ฉันเงยหน้าขึ้น

ลูเชียนเดินเข้ามาในร้านแล้ว

และแน่นอน—มีอา รอสซี่อยู่กับเขาด้วย

เธอเดินตามหลังเขาอยู่ครึ่งก้าว ใกล้พอจะดูสนิทสนม แต่ก็ห่างพอจะยังดูไร้เดียงสา

ลูเชียนเปิดประตูให้เธอ ก่อนจะพาเดินเข้ามาในร้านราวกับกำลังดูแลของล้ำค่าอะไรบางอย่าง ทั้งปกป้อง ทั้งถือสิทธิ์ในแบบที่ชัดเจนจนปิดไม่มิด

เพื่อนของฉันทุกคนตัวตรงขึ้นทันที ราวกับทหารที่ถูกเรียกรวมแถว

“เห็นไหม?” มีร่าพูดลอดไรฟันเบา ๆ “นั่นไง เขานั่นแหละ ลูเชียน”

เธอลุกขึ้นทันที สีหน้าพร้อมจะเดินไปเอาเรื่องแทนฉันทุกเมื่อ สัญชาตญาณปกป้องเพื่อนชัดเจนจนปิดไม่อยู่

“ไป เราจะทำให้พวกนั้นกลืนคำพูดตัวเองให้หมด”

กลุ่มของเซลีนชะงักไปเสี้ยววินาที ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนขึ้นมาทันที

แต่แล้วลูเชียนก็หยุดอยู่ตรงทางเข้า หันกลับไป แล้วเอื้อมมือไปจับมือของมีอา

เขาไม่ได้แค่ผายมือเชิญ แต่เขาจับมือเธอไว้จริง ๆ มือใหญ่ของเขาโอบคลุมมือของเธอจนมิด

จากนั้นเขาก็พาเธอไปยังบูธมุมด้านใน ก้มตัวลงพูดข้างหูเธอใกล้ ๆ ใกล้จนลมหายใจของเขาน่าจะพัดเส้นผมเธอไหว ก่อนจะรอจนเธอนั่งลงเรียบร้อย แล้วค่อยนั่งข้าง ๆ โดยหันตัวเข้าหาเธอราวกับเธอคือศูนย์กลางของโลกทั้งใบ

ความใกล้ชิดนั้นไม่ใช่อะไรที่ต้องตีความเลยแม้แต่น้อย ทุกคนในร้านสัมผัสได้เหมือนกัน—เส้นใยแรกของความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัว ว่าที่ดอนคนต่อไปกำลังประกาศว่าใครคือผู้หญิงที่เขาเลือก

ดวงตาของเซลีนเป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความสะใจแบบร้ายกาจ

“อ๋อ” เธอลากเสียงเบา ๆ “มีอา รอสซี่กลับมาแล้วสินะ”

อีกคนรีบเสริมทันที “แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย คู่สร้างคู่สมเลยนะ”

“ทายาทจากตระกูลผู้ก่อตั้ง กับผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ”

เซลีนหัวเราะ ก่อนหันมามองฉัน “เห็นไหมเอล์ฟ?”

“นี่แหละที่เรียกว่า ‘เหมาะสมกัน’”

“ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่เธอหลอกตัวเองอยู่”

เสียงหัวเราะของพวกเธอดังพอจะดึงความสนใจของลูเชียนได้

สายตาของเขากวาดมาทั่วร้าน ก่อนจะหยุดลงที่โต๊ะของพวกเรา

แล้วชะงักไป

เสี้ยววินาทีนั้น สีหน้าเขาตึงขึ้นเล็กน้อย ราวกับมีความอึดอัดบางอย่างแวบผ่านเข้ามา

จากนั้นเขาก็โน้มตัวไปหาผู้จัดการร้าน แล้วพูดอะไรบางอย่างเสียงเบา

สองนาทีต่อมา ผู้จัดการร้านก็เดินมาที่โต๊ะพวกเราพร้อมรอยยิ้มฝืน ๆ ท่าทีโอนอ่อนจนเห็นได้ชัดว่าอยู่ใต้อำนาจใคร

“ต้องขออภัยจริง ๆ ครับ” เขาพูด “คุณลูเชียนเหมาร้านคืนนี้สำหรับงานส่วนตัว เราคงต้องขอให้ลูกค้าทุกท่านย้ายออกครับ”

เพื่อนของฉันแข็งค้างกันหมด

มีร่ามองเขานิ่ง น้ำเสียงแทบเป็นแค่ลมหายใจ “เขา...เหมาร้านทั้งร้านเลยเหรอ?”

รอยยิ้มของผู้จัดการยังคงติดอยู่บนใบหน้า “คุณลูเชียนอยากให้คุณมีอาได้ทานอาหารเงียบ ๆ ครับ”

คนในองค์กรเริ่มหยิบเสื้อโค้ตกันอย่างสับสนและไม่พอใจ พลางเหลือบมองไปทางบูธของลูเชียน

เพื่อนของฉันลังเล สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสารที่พยายามซ่อนยังไงก็ไม่มิด

ส่วนกลุ่มของเซลีนแทบหัวเราะจนตัวงอ เสียงสะใจของพวกเธอดังก้องอยู่ในร้านที่กำลังว่างเปล่าลงเรื่อย ๆ

ระหว่างที่ทุกคนทยอยออกไป ฉันเอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมหันไปมองอีกฝั่งของร้าน ไม่ยอมให้พวกเขาได้ความสะใจจากฉัน

แต่เซลีนไม่ยอมปล่อยให้มันจบเงียบ ๆ

เธอลุกขึ้น แล้วเรียกเสียงดังด้วยน้ำเสียงสดใสแหลมคม “คุณลูเชียนคะ!”

ลูเชียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเข้มสบเข้ากับเธอ

เซลีนยกเสียงให้ดังขึ้นอย่างเสแสร้งน่ารัก “ขอถามอะไรหน่อยสิคะ—ผู้หญิงคนนี้บอกว่าเธอเป็นคู่หมั้นของคุณ จริงหรือเปล่า?”

ทั้งร้านนิ่งสนิทในทันที

ทุกคนที่ยังอยู่หยุดเคลื่อนไหวราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้

สายตาของลูเชียนกวาดผ่านผู้คน ก่อนจะหยุดลงที่ฉัน

ส้อมในมือของมีอากระทบจานดังแกร๊งเบา ๆ

เธอขมวดคิ้ว เม้มริมฝีปากอย่างไม่พอใจชัดเจน ราวกับราชินีที่ถูกรบกวนมื้ออาหาร เพราะบ่าวคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่รู้ฐานะตัวเอง

สีหน้าของลูเชียนนิ่งจนอ่านอะไรไม่ออก

จากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างเย็นชาและเป็นธรรมชาติ ราวกับคำพูดนั้นไม่จำเป็นต้องถูกตั้งคำถามจากใครทั้งนั้น

“ผมไม่รู้จักเธอ”

คำพูดนั้นกระแทกใส่ฉันเหมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้ากลางหน้า

เซลีนหัวเราะแรงจนต้องก้มตัวลง

ใครบางคนยกโทรศัพท์ขึ้น กล้องหันมาทางฉันเหมือนอาวุธ พร้อมบันทึกภาพความอัปยศของผู้หญิงที่ถูกปฏิเสธ

ฉันไม่พูดอะไรเลยสักคำ

ฉันลุกขึ้น หยิบเสื้อโค้ต แล้วเดินออกจากร้านไป พร้อมเสียงบางอย่างที่กำลังกรีดร้องเงียบ ๆ อยู่ข้างใน ขณะที่ความผูกพันที่ไม่เคยถูกเอ่ยชื่อแตกสลายลงเหมือนเศษแก้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel