บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 รอยร้าวในใจที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้ม

แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์หรู ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงกว้างกลับเย็นเยียบจน เกวลิน รู้สึกสั่นสะท้านภายใต้ชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีมุกที่ภามเป็นคนสั่งให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้ เธอได้รับข้อความสั้นๆ จากเจ้าของบ้านว่าให้มารอที่ห้องทำงานชั้นล่างตอนสี่ทุ่มตรง ซึ่งตอนนี้เข็มนาฬิกาได้ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์เกินกว่าที่เธอจะหลีกเลี่ยงได้

ภายในห้องทำงานที่ประดับตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มและกลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงจางๆ ภามนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวยักษ์ ในมือของเขามีรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งที่ดูเหมือนจะถูกขยำจนยับเยินแล้วพยายามคลี่ให้กลับมาเรียบใหม่อีกครั้ง

"มาแล้วเหรอ..." เขาเอ่ยโดยไม่เงยหน้า

"นั่งลงสิเกล"

เกวลินเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรูปในมือของเขา มันคือรูปโพลารอยด์สมัยมหาวิทยาลัย รูปที่เธอกับเขาเคยยืนยิ้มกว้างอยู่หน้าซุ้มขายของในงานคณะ วันที่เขายังมีรอยยิ้มที่สดใสที่สุด... วันที่เขายังเชื่อว่าความรักคือทุกอย่าง

"คุณยังเก็บรูปนี้ไว้อีกเหรอคะ?" เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ

ภามเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดชั่ววูบก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา

"เก็บไว้เตือนใจน่ะ ว่าความซื่อสัตย์มันกินไม่ได้ และรอยยิ้มของผู้หญิงบางคน... ก็เป็นแค่หน้ากากที่ใช้หลอกไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นเอง"

เขาวางรูปใบนั้นลงแล้วดันมันไปตรงหน้าเธอ

"หกปีที่ผ่านมา เธอเคยนึกเสียใจบ้างไหมเกล? วันที่เธอเดินขึ้นรถหรูของผู้ชายคนนั้นไป แล้วทิ้งให้ฉันยืนตากฝนอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆ วันนั้นฉันมีเงินติดตัวไม่ถึงร้อยบาท เพราะฉันเอาไปซื้อเค้กฉลองวันครบรอบของเรา... เค้กที่ฉันต้องโยนมันทิ้งถังขยะหลังจากเห็นเธอเดินจากไป"

น้ำตาของเกวลินเริ่มเอ่อล้น เธอจำวันนั้นได้ดี วันที่เธอต้องฝืนใจเอ่ยปากบอกเลิกเขาอย่างร้ายกาจที่สุด เพราะพ่อของเธอถูกฟ้องล้มละลาย และทางออกเดียวในตอนนั้นคือการยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ชายอีกคนที่พ่อจัดหาไว้ให้ ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็แค่ปอกลอกเธอจนไม่เหลืออะไร

"ฉันขอโทษ... ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ในตอนนั้น"

"ไม่มีทางเลือก หรือเลือกทางที่สบายกว่ากันแน่!" ภามลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้เลื่อนเสียงดังสนั่น เขาก้าวอ้อมโต๊ะมาหาเธอแล้วกระชากร่างบางให้ลุกขึ้นยืน

"แต่ช่างมันเถอะ เพราะตอนนี้ฉันรวยกว่าไอ้หมอนั่นเป็นร้อยเท่า และเธอก็ต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนฉัน... มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษที่สุดเลยล่ะ"

เขาโน้มตัวลงมาหาเธอจนหน้าผากเกือบจะชนกัน กลิ่นไวน์จางๆ จากลมหายใจของเขาทำให้เกวลินรู้สึกมึนงง

"แต่สิ่งที่ฉันรำคาญที่สุดตอนนี้ คือรอยยิ้มจอมปลอมที่เธอใช้ตอนอยู่กับลูกค้า หรือตอนที่เธอพยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดี... ฉันไม่อยากเห็นมัน"

เขาสั่งด้วยน้ำเสียงกึ่งตะคอก "กฎข้อที่สอง... ห้ามทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ฉันกลับอยากให้เธอร้องออกมาจริงๆ มากกว่า ร้องให้สมกับความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับ"

มือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้ที่บั้นเอวคอดกิ่วของเธออย่างจาบจ้วง ความร้อนแรงจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านผ้าแพรบางเบาจนเกวลินสะดุ้ง

"คุณ... อย่าค่ะ"

"ทำไม? หรือว่ากลัวจะหวั่นไหวตามกฎข้อที่สาม?" ภามยิ้มเยาะ เขาฉวยโอกาสที่เธอเผลอ รวบตัวเธอขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ เอกสารที่เคยจัดไว้อย่างเป็นระเบียบกระจัดกระจายลงบนพื้น

"คุณภาม! นี่มันห้องทำงานนะ"

"แล้วไง? บ้านของฉัน ห้องของฉัน... และตอนนี้เธอก็เป็นของฉัน"

เขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขาของเธอ ใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้กับโต๊ะ สายตาที่เขามองมาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความปรารถนาที่รุนแรงจนเธอรับมือไม่ถูก ภามเริ่มซุกไซ้ใบหน้าลงที่ลำคอระหง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเกวลินกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พลุ่งพล่าน

เขาทั้งตื้อ ทั้งรุก ทั้งกดดันจนเกวลินทำอะไรไม่ถูก มือเล็กๆ พยายามดันอกแกร่งไว้ แต่มันกลับเหมือนการเชื้อเชิญมากกว่าการปฏิเสธ

"เกล... เธอรู้ไหมว่าฉันต้องใช้ความพยายามแค่ไหนที่จะไม่ขยี้เธอให้แหลกคามือตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้า" เสียงของเขาแหบพร่าอยู่ข้างหู

"ถ้าคุณเกลียดฉันขนาดนั้น... ก็อย่าทำแบบนี้เลย" เธอสะอื้นออกมาจนได้

ภามชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขา ความหน่วงในใจที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกำแพงเริ่มสั่นคลอน เขาใช้ปลายนิ้วโป้งปาดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ... สัมผัสที่ขัดกับคำพูดอันร้ายกาจก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

"น้ำตาของเธอมันมีผลกับฉันเสมอ... นั่นคือสิ่งที่ฉันเกลียดตัวเองที่สุด"

เขามองสบตาเธอ เนิ่นนานจนความเงียบกลายเป็นแรงดึงดูด ภามค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากของเขาแตะลงบนฝีปากของเธอเบาๆ ในตอนแรก ราวกับเป็นการหยั่งเชิง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วงและโหยหา จูบของเขาเต็มไปด้วยรสชาติของความแค้น ความผิดหวัง และความรักที่ยังไม่เคยจางหายไป

เกวลินหลับตาลง ยอมรับสัมผัสที่รุนแรงนั้นอย่างจำนน หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะระเบิด ความหน่วงที่เกาะกินใจมาตลอด 6 ปีดูเหมือนจะเบาบางลงเพียงชั่วคราวในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้

ทว่าก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลกว่านั้น ภามกลับเป็นฝ่ายถอนจูบออกอย่างกะทันหัน เขาผลักตัวออกห่างแล้วหันหลังให้เธอ จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยลมหายใจที่ยังหอบกระเส่า

"ออกไปซะเกล... ก่อนที่ฉันจะคุมตัวเองไม่ได้มากกว่านี้"

เกวลินนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยความงุนงงและความรู้สึกที่ค้างคา

"และจำไว้..." ภามหันกลับมามองด้วยแววตาที่เย็นชาอีกครั้ง

"ที่ฉันทำเมื่อกี้ ไม่ใช่เพราะฉันใจอ่อน แต่มันคือการมัดจำสำหรับหนี้ที่เธอต้องชดใช้ในวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการใหม่ เธอต้องไปกับฉันในฐานะคู่นอนที่ดีที่สุด... เตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้ฉันเสียหน้า"

เขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เกวลินนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดและเอกสารที่กระจัดกระจาย เธอใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากที่ยังคงร้อนผ่าว รอยร้าวในใจของเธอดูเหมือนจะขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้รอยยิ้มที่เขาบังคับให้เธอสวมใส่เพื่อออกงานในวันพรุ่งนี้

ความสัมพันธ์นี้มันช่างหน่วงเน็บ... เหมือนการเดินบนเศษแก้วที่สวยงามแต่แหลมคม ยิ่งพยายามก้าวไปข้างหน้า ก็ยิ่งเจ็บจนแทบกระอักเลือด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel