บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 เงื่อนไขหนี้สินและพันธสัญญา

ความเงียบภายในห้องทำงานหรูบนชั้นที่ 42 หนักอึ้งราวกับถูกถมด้วยตะกั่ว เกวลิน คุกเข่าลงบนพื้นพรมราคาแพง สองมือที่สั่นเทาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางออกจากกระเป๋า ค่อยๆ บรรจงเช็ดรอยเปื้อนจางๆ บนรองเท้าหนังขัดมันของ ภาม อย่างเชื่องช้า ทุกวินาทีที่เธอต้องก้มหัวอยู่แทบเท้าชายที่เธอเคยสะบัดรักทิ้งไป มันคือความอัปยศที่กรีดลึกลงในศักดิ์ศรีที่พยายามประคับประคองมาตลอดหลายปี

ภามมองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาเอนหลังพิงเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ไขว้ห้างมองดูอดีต "ดาวมหาลัย" ที่เคยเย่อหยิ่งและสูงส่ง บัดนี้กลับยอมลดตัวลงมาคุกเข่าเพื่อแลกกับเศษเงินและความอยู่รอด

"น้ำหนักมือเบาเกินไปนะเกล... หรือว่าวิถีคุณหนูเก่ามันทำให้เธอลืมไปแล้วว่าการทำงานรับใช้คนอื่นมันต้องทำยังไง?"

น้ำเสียงเยาะหยันนั้นทำให้เกวลินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอไม่โต้ตอบ แต่เพิ่มแรงขัดที่ปลายรองเท้าจนมันขึ้นเงาวับ ทันทีที่เสร็จ เธอก็รีบลุกขึ้นยืนทันที ทว่าความรวดเร็วเกินไปทำให้เธอเสียหลักเล็กน้อยจนต้องคว้าขอบโต๊ะทำงานของเขาไว้

"เสร็จแล้วค่ะ... หวังว่าคุณจะพอใจ"

ภามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา เขาเชยคางเธอขึ้นมาอีกครั้ง บังคับให้สบตากับดวงตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ

"นั่นแค่บททดสอบเล็กๆ น้อยๆ" เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากลิ้นชักโต๊ะแล้ววางลงตรงหน้าเธอ

"นี่คือสัญญาจ้างงานผู้ช่วยส่วนตัวฉบับพิเศษ อ่านดูซะ ถ้าตกลง... ลายเซ็นของเธอจะเปลี่ยนหนี้สินทั้งหมดให้เป็นศูนย์ทันที"

เกวลินหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยใจที่ระทึก กวาดสายตาผ่านตัวอักษรที่ระบุเงื่อนไขอันแสนเอาแต่ใจ

1.ผู้รับจ้างต้องสแตนด์บายรอคำสั่งตลอด 24 ชั่วโมง

2.ผู้รับจ้างต้องพักอาศัยอยู่ในที่พักที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้เท่านั้น

3.ผู้รับจ้างห้ามมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลอื่นในระหว่างอายุสัญญา

4.ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ในเนื้อตัวและร่างกายของผู้รับจ้างตามที่ตกลงกันไว้

ข้อสุดท้ายทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด "ข้อ 4 นี่มัน... มันไม่ใช่สัญญาจ้างงานปกติแล้วนะคะ นี่มันสัญญาซื้อขายตัวชัดๆ!"

"แล้วเธอมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้งั้นเหรอ?" ภามถามกลับพลางหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงส่งให้เธอ

"หนี้ที่ดินที่พ่อเธอไปค้ำประกันไว้ หนี้รักษาพยาบาลแม่เธอ ไหนจะหนี้ส่วนตัวที่เธอไปกู้มาหมุนธุรกิจที่เจ๊งไม่เป็นท่ารวมๆ แล้วก็หลายสิบล้านนะเกล... ลายเซ็นเดียว แลกกับอิสรภาพของครอบครัวเธอ ฉันว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม"

เกวลินกำปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอมองหน้าชายหนุ่มที่เคยรักสุดหัวใจ บัดนี้เขากลายเป็นซาตานในคราบนักธุรกิจที่ใช้จุดอ่อนของเธอมาเป็นเครื่องมือสนองความสะใจ

"คุณทำแบบนี้ทำไม... ถ้าคุณเกลียดฉันขนาดนั้น ทำไมไม่ปล่อยฉันไปตามทางของฉัน?"

"ปล่อยเหรอ?" ภามเค่นหัวเราะ

"หกปีที่ฉันต้องนอนในห้องเช่ารูหนู กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อเอาเงินไปซ่อมมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งเธอเรียน เพราะฉันเชื่อว่าวันหนึ่งเราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่เธอกลับเดินหนีไปหาผู้ชายที่รวยกว่าในวันที่ฉันลำบากที่สุด... ความรู้สึกตอนนั้นมันเจ็บยิ่งกว่าตายเสียอีกเกล"

เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน "ฉันไม่ได้ทำเพราะรัก และไม่ได้ทำเพราะเกลียด... แต่ฉันทำเพราะต้องการให้เธอรู้ว่า การต้องเป็นของเล่นที่เจ้าของไม่ต้องการมันรู้สึกยังไง"

คำพูดนั้นร้ายกาจเสียจนเกวลินกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยดน้ำใสๆ ร่วงเผาะลงบนกระดาษสัญญา เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ หากเธอเดินออกไปจากห้องนี้ คืนนี้เธออาจไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน และแม่ของเธออาจถูกไล่ออกจากห้องปลอดเชื้อ

เกวลินจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างสั่นเทา ภามกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาหยิบสัญญาแผ่นนั้นขึ้นมาเป่าเบาๆ ให้หมึกแห้ง ก่อนจะพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า

"ยินดีต้อนรับสู่กรงของฉันนะ... ผู้ช่วยเกล"

"ฉันเริ่มงานได้เมื่อไหร่?" เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนคนไร้วิญญาณ

"ตอนนี้เลย" ภามคว้าข้อมือเล็กแล้วลากเธอออกจากห้องทำงานโดยไม่สนสายตาของพนักงานที่มองตามอย่างสงสัย

"ไปเก็บของที่คอนโดรูหนูของเธอซะ คืนนี้เธอต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของฉัน"

"แต่ฉันต้องไปดูอาการแม่ที่โรงพยาบาลก่อน!"

"ไม่ต้อง" ภามหยุดเดินหน้าลิฟต์ แล้วหันมาสบตาเธอ

"ฉันจัดการย้ายแม่ของเธอไปอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูระดับพรีเมียมในเครือบริษัทฉันแล้ว มีหมอและพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง... แต่จำไว้นะเกล ทุกลมหายใจของแม่เธอ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับความประพฤติของเธอคนเดียวเท่านั้น"

เกวลินรู้สึกเหมือนถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นล่ามไว้ทั้งตัว เธอเดินตามเขาเข้าไปในลิฟต์แก้ว ท่ามกลางแสงไฟสลัวภายในห้องโดยสารเล็กๆ นั้น ภามไม่ได้ปล่อยมือเธอ แต่เขากลับกระชับมันแน่นขึ้น... แน่นจนเจ็บ แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน

เมื่อถึงลานจอดรถ รถยนต์สปอร์ตคูเป้สีดำสนิทจอดรออยู่ ภามเปิดประตูให้เธอด้วยท่วงท่าสุภาพบุรุษ แต่สายตาที่เขามองกลับเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง ในระหว่างการเดินทางที่เงียบงัน เกวลินมองออกไปนอกหน้าต่าง สะท้อนภาพตัวเองในกระจกที่ดูหม่นหมอง เธอไม่รู้เลยว่าการกลับมาเจอกันครั้งนี้จะนำพาเธอไปสู่นรกหรือสวรรค์ที่แสนหน่วงใจกันแน่

รถเลี้ยวเข้าสู่คฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาชานเมือง พื้นที่กว้างขวางและดูสงบเงียบจนน่ากลัว ภามพาเธอเดินเข้าไปข้างในผ่านห้องโถงที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำดูเคร่งขรึม

"ห้องของเธออยู่ข้างห้องนอนฉัน" เขาบอกสั้นๆ

"ไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุด... แล้วอีกหนึ่งชั่วโมง ออกมาหาฉันที่ห้องนั่งเล่น เรามีเรื่องต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของเธอในคืนนี้"

คำว่าหน้าที่ในคืนนี้ทำให้เกวลินใจหายวาบ เธอพยักหน้ารับอย่างแกนๆ ก่อนจะเดินตามแม่บ้านไปยังห้องพักของตัวเอง

ห้องพักที่เขาจัดไว้ให้หรูหรากว่าคอนโดเดิมของเธอหลายเท่านัก แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เกวลินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง กอดตัวเองไว้แน่น ความกลัวเริ่มเข้าจู่โจม เธอไม่รู้ว่าภามจะเรียกร้องอะไรจากเธอในคืนนี้ เขาจะตื้อเพื่อขอความรัก หรือจะรุกเพื่อทำลายเธอให้ป่นปี้กันแน่?

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก เกวลินเดินออกมาจากห้องในชุดเดรสผ้าลื่นสีน้ำเงินเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่เน้นสัดส่วน เธอพบภามนั่งจิบไวน์อยู่ที่โซฟาเบดตัวยาวหน้าทีวีจอขนาดใหญ่ เขาไม่ได้เปิดหนังดู แต่กลับนั่งมองความมืดนอกหน้าต่าง

"มานี่สิ" เขาเรียกโดยไม่หันมามอง

เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาเขา หยุดยืนห่างจากโซฟาพอประมาณ ภามวางแก้วไวน์ลงแล้วหันมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูวาวโรจน์และมีความปรารถนาที่ปิดไม่มิดฉายชัดออกมา

"นั่งลงข้างๆ ฉัน"

เธอยอมนั่งลงแต่โดยดี ทิ้งระยะห่างไว้เล็กน้อย แต่ภามกลับคว้าเอวบางแล้วดึงเธอให้เข้าไปชิดจนต้นขาแนบสนิทกัน กลิ่นหอมจางๆ จากสบู่ที่เธอเพิ่งอาบเสร็จทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มเริ่มปั่นป่วน

"รู้ไหมเกล... หกปีที่ผ่านมา ฉันจินตนาการถึงคืนนี้มานับครั้งไม่ถ้วน" เขาใช้นิ้ววนเวียนอยู่แถวต้นคอขาวเนียนของเธอ

"คืนที่เธอหนีไปไหนไม่ได้ และต้องเป็นของฉัน... เพียงคนเดียว"

"คุณ... อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ" เธอประท้วงเสียงสั่น แต่อ้อมแขนที่โอบล้อมเธอนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะดิ้นหลุด

"ทำไมล่ะ? หรือว่าตอนนี้สัญญายังมีค่าไม่พอ?" เขาโน้มใบหน้าลงมาซุกที่ซอกคอหอมกรุ่น สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเขาทำให้เกวลินขนลุกซู่

"จำเอาไว้นะเกวลิน... ตั้งแต่นี้ต่อไป เธอคือสมบัติของภาม อัครเดชชา ทุกลมหายใจ ทุกรอยยิ้ม และทุกหยาดน้ำตาของเธอ... เป็นของฉัน"

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง พันธสัญญาที่เริ่มต้นด้วยความแค้นกำลังจะกลายเป็นบ่วงคล้องคอที่ผูกพันคนทั้งสองไว้ด้วยกันอีกครั้ง... ในรูปแบบที่ซับซ้อนและเร่าร้อนกว่าเดิม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel