ตอนที่ 1 ลูกค้ารายใหญ่กับอดีตที่อยากลืม
ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร เสียงรองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระทบกับพื้นหินอ่อนภายในโถงล็อบบี้ของโรงแรมระดับห้าดาวดังสนั่นเป็นจังหวะที่สะท้อนถึงความเร่งรีบ เกล หรือ เกวลิน หญิงสาวในชุดสูทสีสุภาพที่ตัดเย็บอย่างประณีตกระชับแฟ้มเอกสารในอ้อมกอดแน่น ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงดูนิ่งสงบ ทว่าภายในใจกลับเต้นรัวเหมือนกลองรบ
หกปีแล้วที่ชีวิตของอดีตดาวมหาวิทยาลัยอย่างเธอพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคุณหนูผู้มั่งคั่งสู่พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินของครอบครัวไว้บนบ่า วันนี้คือวันสำคัญ "บิ๊กดีล" ที่เธอรอคอยมานาน หากเธอปิดการขายที่ดินผืนนี้ได้ ค่าคอมมิชชันที่ได้รับจะช่วยต่อลมหายใจให้แม่ที่กำลังป่วยและชดใช้หนี้ธนาคารที่จ่อคอหอยอยู่ได้อีกหลายเดือน
"คุณเกวลินใช่ไหมครับ? เชิญที่ห้องรับรองพิเศษชั้น 42 ครับ ท่านประธานกำลังรออยู่" พนักงานต้อนรับเอ่ยด้วยรอยยิ้มสุภาพ
เกวลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกความมั่นใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกลับคืนมา เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์แก้วที่ทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสุดอย่างรวดเร็ว แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ เหมือนกับความหวังของเธอที่พยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปี
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศแนววู้ดดี้แอนด์สไปซี่ ที่ให้ความรู้สึกสุขุมและทรงพลังพุ่งเข้ากระทบจมูก มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... คุ้นจนทำให้เธอนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง
"เชิญครับ" เลขาหนุ่มหน้าตาดีผายมือไปยังประตูไม้โอ๊คบานยักษ์
เกวลินก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่กว้างขวาง ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองในมุมกว้าง แสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องเข้ามาทำให้ห้องทั้งห้องดูเหมือนถูกฉาบด้วยทองคำ ทว่าสายตาของเธอกลับถูกตรึงไว้ที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนหันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง
เขาสวมเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นอย่างลามก ท่วงท่าการยืนดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับ
"สวัสดีค่ะ ดิฉันเกวลิน จากบริษัทเอสเตท พร็อพเพอร์ตี้ มานำเสนอรายละเอียดที่ดินผืนสุดท้ายในย่าน CBD ค่ะ" เธอกล่าวเสียงเรียบ พยายามรักษาความเป็นมืออาชีพอย่างที่สุด
ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนตัวกลับมา ช้าๆ ราวกับต้องการจะแกล้งให้เธอใจสั่นเล่น และเมื่อใบหน้าของเขาปรากฏแก่สายตา โลกทั้งใบของเกวลินก็เหมือนจะหยุดหมุน
ภาม...
ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ "ไอ้แว่นภาม" เด็กหนุ่มบ้านยากจนที่สวมเสื้อยืดคอย้วยและขี่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ มารับเธอที่หน้าคณะอีกต่อไป ภามในวันนี้คือชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ใบหน้าคมเข้มคิ้วดกดำรับกับนัยน์ตาเรียวรีที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเยือกเย็น ริมฝีปากหยักลึกที่เคยเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนกับเธอ บัดนี้กลับเหยียดยิ้มเย็นชาที่ชวนให้สันหลังวาบ
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... เกล"
น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเรียกชื่อเธอด้วยสำเนียงที่กรีดลึกลงไปในใจ เกวลินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด มือที่ถือแฟ้มเอกสารเริ่มสั่นเทาจนเธอต้องรีบวางมันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง
"คุณ... คุณภาม?"
"ดีใจที่เธอยังจำชื่อฉันได้" ภามก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหาเธอ แต่ละก้าวของเขาดูคุกคามเหมือนเสือโคร่งที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"แต่เสียดายนะ ที่วันนี้ฉันไม่ได้อยู่ในฐานะคนที่จะไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางกับเธอเหมือนเมื่อก่อน"
คำพูดนั้นเหมือนตบหน้าเกวลินกลางศาลาวัด ความทรงจำในวันที่เธอสะบัดมือเขาออกแล้วบอกว่า 'เราไปกันไม่ได้หรอกภาม นายให้ในสิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้' ไหลย้อนกลับมาเหมือนภาพยนตร์ฉายซ้ำ ในวันนั้นเธอเลือกที่จะทิ้งเขาเพื่อไปหาทางรอดให้ครอบครัว โดยไม่รู้เลยว่าผู้ชายที่เธอมองว่า "ไม่มีอนาคต" จะกลับมาเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของเธอในวันนี้
"ดิฉันมาทำหน้าที่พนักงานขายค่ะคุณภาม ถ้าคุณไม่สะดวกใจที่จะคุย ดิฉันจะประสานงานให้คนอื่นมาแทน..."
"อย่าเพิ่งสิ" ภามใช้มือหนากดลงบนแฟ้มเอกสารที่เธอกำลังจะดึงกลับ
"ฉันระบุชื่อเธอเป็นคนนำเสนอดีลนี้เอง เพราะฉันเชื่อว่า... ไม่มีใครขายเก่งเท่าเธออีกแล้ว จริงไหม?"
สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าลงไปจนถึงเรียวขาที่โผล่พ้นกระโปรงทรงเอสั้นกึ่งกลางขาอ่อน มันไม่ใช่สายตาหยาบคาย แต่เป็นสายตาที่สำรวจตรวจตราเหมือนเขากำลังมองสินค้าชิ้นหนึ่งที่เขาเคยเป็นเจ้าของ
"ที่ดินผืนนี้ราคาเกือบพันล้าน" ภามเอ่ยต่อพลางขยับเข้าไปใกล้จนเกวลินได้กลิ่นกายชายที่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมหรู
"เธอคิดว่าแค่เอกสารไม่กี่แผ่นจะทำให้ฉันเซ็นเช็คให้ง่ายๆ เหรอ?"
"แล้วคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมคะ?" เกลถามเสียงสั่นพยายามถอยหลังหนี แต่หลังของเธอกลับชนเข้ากับโต๊ะทำงานตัวใหญ่
ภามโน้มตัวลงมา ใช้มือทั้งสองข้างยันโต๊ะไว้เพื่อกักตัวเธอไว้ในพันธนาการของอ้อมแขน ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ตรงโหนกแก้ม
"ฉันต้องการบริการที่พิเศษกว่าลูกค้าคนอื่น" เขาเน้นคำว่าบริการอย่างมีความหมายแฝง
"เธอรู้ดีนี่เกล ว่าคนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องได้... และสิ่งที่ฉันอยากได้ตอนนี้ ไม่ใช่ที่ดินผืนนี้หรอก"
"อย่าทำแบบนี้เลยภาม มันจบไปนานแล้ว" เธอเบือนหน้าหนี หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"มันจบสำหรับเธอ แต่สำหรับฉัน... มันเพิ่งเริ่มต้น" ภามใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอให้กลับมาสบตา
"หกปีที่ผ่านมา ฉันสร้างทุกอย่างขึ้นมาก็เพื่อวันนี้ วันที่ฉันจะกลับมาดูว่าผู้หญิงที่เคยทิ้งฉันไปอย่างเลือดเย็น จะทำหน้ายังไงเมื่อต้องมาอ้อนวอนขอเงินจากฉัน"
หยาดน้ำตาเม็ดเล็กเริ่มรื้นขึ้นที่ขอบตาของเกวลิน ความอัปยศและความเสียใจปะปนกันจนแยกไม่ออก เธออยากจะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่ใบแจ้งหนี้จากโรงพยาบาลและคำขู่จากเจ้าหนี้นอกระบบกลับรั้งเท้าเธอไว้
"คุณจะให้ฉันทำอะไร?"
ภามยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาผละตัวออกไปนั่งบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ท่วงท่าน่าเกรงขามราวกับราชาบนบัลลังก์เขาสับไพ่ในมือเล่นก่อนจะเอ่ยเงื่อนไขที่ทำให้โลกของเกวลินมืดดับลง
"มาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน... 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่มีข้อยกเว้น และห้ามปฏิเสธทุกความต้องการของฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน... หรือเรื่องบนเตียง"
เกวลินเบิกตากว้าง "นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ!"
"มากไปเหรอ?" ภามหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวใจที่เย็นเหยียบ
"งั้นก็เชิญกลับไปได้เลย แล้วเตรียมตัวดูบ้านของเธอถูกยึด และแม่ของเธอก็คงต้องระเหจไปอยู่โรงพยาบาลรัฐที่ไม่มีแม้แต่เตียงคนไข้ ฉันให้เวลาเธอตัดสินใจ... สามนาที"
เขายกนาฬิกาข้อมือราคาหลายล้านขึ้นดูอย่างไม่ยี่หระ ขณะที่เกวลินรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบเหวที่ลึกที่สุดในชีวิต ความเงียบปกคลุมห้องทำงานนั้นชั่วครู่ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปหน้าอย่างซื่อสัตย์ ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนเป็นคมมีดที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีของเธอ
แต่เมื่อภาพของแม่ที่นอนซูบผอมอยู่บนเตียงพยาบาลลอยเข้ามา ความทิฐิที่เคยมีก็พังทลายลง
"ตกลงค่ะ... ฉันยอมรับเงื่อนไข"
ภามไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้น เขาเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความสมเพชและโหยหาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ
"ดี... งั้นเริ่มงานตอนแรกเลยแล้วกัน" เขาชี้ไปที่รองเท้าหนังแบรนด์เนมของตัวเองที่ดูเหมือนจะมีรอยเปื้อนเล็กน้อย
"ช่วยก้มลงไปเช็ดรองเท้าให้ฉันหน่อยสิ... ให้เหมือนกับที่เธอเคยเหยียบย่ำหัวใจฉันในวันนั้น"
เกวลินกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนห้อเลือด เธอค่อยๆ ย่อตัวลงคุกเข่าลงต่อหน้าผู้ชายที่เธอเคยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งและหน่วงเหนี่ยวจนเธอแทบหายใจไม่ออก นี่คือจุดเริ่มต้นของการชดใช้... และเธอก็รู้ดีว่าภามจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน
เขากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่าง และเขาก็จะตื้อเธอจนกว่าหัวใจที่เคยแหลกสลายของเขาจะได้รับการเยียวยาด้วยน้ำตาของเธอเอง
