บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 เข้าวังวันแรก

วังหลวงแคว้นอวิ๋นไห่

“เจ้าไปอยู่ร่วมกับบุรุษพวกนั้นซะ”

หยวนเย่ องครักษ์ข้างกายอวิ๋นเซี่ยงปิงบอกหานเทียนอีผู้ซึ่งมาใหม่ด้วยน้ำเสียงดุดัน องค์หญิงรับบุรุษมาเพื่อบังหน้าเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังตามคำเล่าลือแต่อย่างใด

ดูแลเหล่านายคณิกาดีเหมือนบรรดาสนมในวังก็ถือว่าเมตตาแล้ว

หานเทียนอีจ้องมองไปยังเหล่าบุรุษรูปงามที่เดินออกมาจากเรือนพัก ก็เกิดอารมณ์ราวกับมีม่านหมอกขมุกขมัวขึ้นมาภายในใจ

ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยอยู่ร่วมกับผู้อื่น นึกไม่ถึงว่าต้องมานอนรวมกันเช่นนี้

เห็นทีคงต้องทำอะไรสักอย่าง

เมื่ออวิ๋นเซี่ยงปิงเสวยอาหารเย็นเรียบร้อย หานเทียนอีก็ไม่รอช้า เขาพยายามขอเข้าเฝ้าด้วยความอดทน

“ทูลองค์หญิง หานเทียนอีขอเข้าเฝ้า คนผู้นั้นมารอตั้งแต่ยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.) แล้วพะย่ะค่ะ” หยวนเย่ทูลอวิ๋นเซี่ยงปิงด้วยใบหน้าไม่พอใจ

“เขามีเรื่องอะไร” สตรีเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากตำรา สีหน้าของนางเรียบเฉยคล้ายกับไม่ใส่ใจผู้ซึ่งรับเข้ามาใหม่

“ไม่ทราบพะย่ะค่ะ”

“ให้รอต่อไปอีกสักชั่วยาม หากยังอยู่ค่อยให้เข้าพบข้า”

อวิ๋นเซี่ยงปิงกล่าว นางวางตำราก่อนที่จะเดินเยื้องย่างไปยังบ่อน้ำร้อนส่วนตัว บ่อน้ำร้อนแห่งนี้ฮ่องเต้สั่งให้ขุดต่อมาจากบ่อน้ำร้อนใหญ่ที่อยู่ในเขตพระราชฐานนอกวังหลวง เพื่อพระธิดาสุดที่รักถึงกับต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากขุดทางเดินน้ำเป็นทางยาวจนถึงภายในวัง

เรือนร่างอวบอิ่มขาวราวหิมะแช่อยู่ในบ่อน้ำร้อนอย่างผ่อนคลาย มีเพียงอาภรณ์ตัวบางที่ห่อคลุมปิดบังความงามไม่ให้ผู้ใดมองเห็นชัดเจน

ขณะที่หญิงสาวหลับตาดื่มด่ำกับความอุ่นของสายน้ำอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนเดินย่ำน้ำอยู่ไม่ไกล

“นั่นใคร”

เมื่อนางเอ่ยถาม หยวนเย่ก็พุ่งตรงเข้าใส่ต้นเสียงทันที กระบี่ในมือยกพาดคอคนผู้นั้นโดยไม่มีความเกรงใจ

“อะ องค์หญิง กระหม่อมเองพะย่ะค่ะ”

น้ำเสียงตื่นตระหนกของคนผู้นั้นดังขึ้น ขาของเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ จากนั้นก็คล้ายกับเข่าอ่อนล้มลงนั่งในน้ำ

“กล้าลงบ่อน้ำร้อนของข้า ผู้ใดช่างบังอาจยิ่งนัก”

อวิ๋นเซี่ยงปิงสีหน้าเยือกเย็น ยามนี้นางโกรธอย่างยิ่ง บ่อน้ำร้อนแห่งนี้นางลงแช่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น การที่ลงมาเหยียบย่ำในบ่อน้ำร้อนเช่นนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง

“ทูลองค์หญิง บุรุษผู้นี้นามว่ามู่ซาน เข้าวังมาได้สามอาทิตย์แล้วพะย่ะค่ะ” หยวนเย่กล่าวรายงาน

มู่ซานก็เป็นนายคณิกาที่อวิ๋นปิงเซียงรับเข้ามา คนผู้นี้ตามตื๊ออยากปรนนิบัตินางทุกคืน แม้ไล่หรือดุก็ยังไม่ยอมสงบเสงี่ยมเจียมตัว วันนี้ถึงขนาดหลบสายตาเหล่าองครักษ์เพื่อมาพบนางตามลำพัง ใจกล้ายิ่งนัก

คิดว่ารูปงามแล้วจะได้รับเมตตาหรืออย่างไร ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎที่ตั้งไว้ต้องได้รับโทษอย่างไม่มีข้อแม้

อวิ๋นเซี่ยงปิงขยับข้อมือที่เรียวเล็ก หยวนเย่ก็ลากบุรุษผู้นั้นจากไปทันที

จากนี้ไปในตำหนักชิงหน่วนขององค์หญิงคงไม่มีผู้ใดได้พบเจอมู่ซานอีกแล้ว เหล่านายสนมต่างรู้ดีว่า มู่ซานผู้นี้คงถูกโบย คุมขังในคุกหลวงหนึ่งถึงสามเดือนจากนั้นก็ถูกขับไล่ออกนอกเมืองหลวง ห้ามกลับมาอีก

ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทำให้องค์หญิงไม่พอใจ

เหตุการณ์ดังกล่าวล้วนอยู่ในสายตาของหานเทียนอี เขาฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีผู้ใดสนใจแอบมาดูอวิ๋นเซี่ยงปิงอย่างเงียบๆ

“สตรีนางนี้โหดเหี้ยมใช้ได้ ดีนะที่ข้าไม่ใช้วิธีเช่นคนผู้นี้”

บุรุษถอนหายใจโล่งอก ตอนแรกเขาก็วางแผนจะใช้ลูกไม้ ‘ตื๊ออย่างถึงที่สุด’ เช่นกัน

เมื่อหยวนเย่หายลับไปจากสายตา หานเทียนอีก็กลับมาหน้าตำหนักของอวิ๋นเซี่ยงปิงตามเดิม

ตั้งแต่เขาหายไปจนกระทั่งกลับมา องครักษ์หลายนายที่ประจำอยู่โดยรอบไม่มีใครล่วงรู้เลยสักคนเดียว

อวิ๋นเซี่ยงปิงที่แต่งกายเรียบร้อยเดินกลับมายังตำหนัก สายตาเห็นบุรุษที่ตนนำกลับวังวันนี้กำลังทุบขาตัวเองดั่งคนเมื่อยล้า ท่าทางของเขาทำให้ผู้พบเห็นล้วนรู้สึกเห็นใจ

นั่งคุกเข่ารอเข้าเฝ้าองค์หญิงมาเกือบสองชั่วยาม ต้องใช้ความอดทนอย่างสูง

ดวงตากลมโตจับจ้องบุรุษรูปงาม นางหยุดเดินแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกองครักษ์ที่เดินตามหลัง

“ให้เขาเข้าเฝ้าได้”

ตำหนักชิงหน่วน

“เจ้ารอพบข้ามีเรื่องอันใด”

อวิ๋นเซี่ยงปิงถามบุรุษผู้ซึ่งงดงามราวกับเทพเซียน แม้ว่าจะรู้สึกเจริญหูเจริญตาแต่นางก็เก็บอาการ สายตาที่ปรากฎออกมาจึงค่อนข้างเย็นชาอยู่หลายส่วน

“กระหม่อมเพิ่งมาอยู่ในวังวันแรก ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ จึงอยากปรนนิบัติรับใช้อย่างใกล้ชิดพะย่ะค่ะ”

“ไม่มีผู้ใดบอกหรือ หากข้าอยากพบจะเรียกเข้าเฝ้าเอง” สตรีสูงศักดิ์หยิบเฉ่าเหมยสีแดงฉ่ำเข้าปากหลังจากกล่าวจบ

บุรุษทำสีหน้าละอายใจปนเศร้าใจ มือหนายังแอบบีบนวดหน้าแข้งของตน

“กระหม่อมยังไม่ได้พูดคุยกับผู้อื่นเลยพะย่ะค่ะ แต่ว่า หากกระหม่อมได้ปรนนิบัติองค์หญิง คงรู้สึกว่าตนเองมีค่ายิ่งขึ้น”

“มีค่า หมายถึงคุณค่าหรือหนี้พนันล่ะ” สายตาสตรีกวาดมองบุรุษทั่วเรือนร่างอีกครั้ง

“หากปวดเมื่อยก็กลับไปนอน” นางเก็บสายตากลับเมื่อมือหนาที่เพิ่งแอบบีบนวดขาถูกยกขึ้นมาประสานเข้ากับมืออีกข้างของเขา

“ขอองค์หญิงเมตตา” บุรุษเปลี่ยนเป็นใช้น้ำเสียงอ้อนวอนพลางลอบชำเลืองเหล่าองครักษ์เป็นระยะ

ถ้าจะถูกจับขึ้นมาจะได้ขยับตัวหนีทัน

“ทุกคืนก่อนเข้าบรรทม ข้าจะอ่านตำรา ศึกษาเรื่องราวของการเมืองการปกครองและสภาพเศรษฐกิจของแคว้นต่างๆ เจ้าคิดว่าตัวเจ้าจะทำประโยชน์อะไรแก่ข้าได้”

อวิ๋นเซี่ยงปิงเชยคางของบุรุษให้เงยหน้าขึ้น สีหน้าของนางกึ่งข่มขู่กึ่งท้าทายเขา ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มดุจสตรีที่ร้ายกาจ

ถ้าเจ้าคิดแค่เรื่องบนเตียงก็กลับไปซะ ที่นี่ต้องการคนที่มีประโยชน์กว่านี้

หยวนเย่ที่เพิ่งกลับมาจากการทำโทษมู่ซานก็เตรียมพร้อมแล้ว เขาคิดว่าอีกไม่นานคงได้ลากตัวหานเทียนอีกลับเรือนพักของเหล่าบุรุษอีกครั้ง

ช่างไม่เจียมตัวนัก

“เมื่อกลางวันองค์หญิงได้ถามกระหม่อมว่ามีความรู้ด้านอื่นหรือไม่ แต่กระหม่อมยังไม่ได้ตอบ กระหม่อมขอทูลโดยไม่โอ้อวด กระหม่อมมีความรู้ในเรื่องแคว้นต้าอู้ แคว้นเป่ยหาน และแคว้นหลิงซีเป็นอย่างดี”

นัยน์ตาคมราวกระบี่จ้องดวงตากลมโตสุกใสของสตรีตรงหน้า

“และที่องค์หญิงเชยคางกระหม่อมเช่นนี้ จะให้กระหม่อมช่วยบรรยายเนื้อหาที่ใดก็ได้ ไม่ว่าจะในห้องอักษรหรือว่าห้องบรรทม”

“สามหาว”

อวิ๋นเซี่ยงปิงจิกเล็บที่ยาวของตนลงบนคางของบุรุษ เขาเป็นนายคณิกาคนแรกที่ทั้งใจกล้าและปากดี แต่ก็ต้องรอดูว่ามีดีตามที่คุยหรือไม่

หานเทียนอีแสร้งยิ้มแย้ม แต่ภายในใจเริ่มขุ่นเคือง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยมีสตรีนางใดได้สัมผัสร่างกายเขา คิดไม่ถึงว่าเมื่อเขายอมลดตัวกลายมาเป็นนายคณิกาจะถูกสตรีใช้เล็บจิกคางจนเป็นรอย

เรื่องราวครั้งนี้ได้ประทับลงในใจของเขาแล้ว

หากนางยังร้ายอีก เขาจะไม่ให้อภัยเป็นอันขาด

“แม้ว่ากระหม่อมจะพูดจาอวดดี แต่ก็พูดความจริง องค์หญิงจะให้กระหม่อมตามไปรับใช้ที่ใด กระหม่อมก็ย่อมตามพระองค์ไปไม่มีบ่ายเบี่ยง ไม่ว่าจะขึ้นสวรรค์หรือว่าจะลงนรก กระหม่อมก็จะตามพระองค์ลงนรกโดยไม่อิดออด”

“เจ้าด่าข้าหรือ”

อวิ๋นเซี่ยงปิงเพิ่มแรงกดลงบนปลายนิ้วของตน เล็บที่ยาวและคมจมลงไปในเนื้อของบุรุษจนโลหิตเริ่มซึมออกมา

หากผู้ติดตามของหานเทียนอีได้มาเห็นภาพนี้คงกุมขมับ นายท่านบ้านตนบอกว่าจะมาเป็นนายคณิกา นายคณิกาที่ไหนกันถึงได้ใจกล้าเทียมฟ้าเช่นนี้

“อุ้ย กระหม่อมมิกล้า”

ใบหน้าบุรุษทำเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนพูดผิดไปแล้ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นสำนึกผิดทันที

“แต่เรื่องของสามแคว้นกระหม่อมรับรองได้ว่ามีความรู้มากกว่าบรรดาอาจารย์แห่งสำนักศึกษาในวังหลวง”

“ถ้ารู้แค่เพียงในตำราก็ไม่มีประโยชน์ใดกับข้า เพราะข้าอ่านเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเจ้า”

อวิ๋นเซี่ยงปิงเดินย่างกรายกลับไปนั่งบนเก้าอี้กุ้ยเฟย มือเรียวราวกับเตรียมจะสะบัดในไม่ช้า

หานเทียนอีเห็นดังนั้นรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว

“กระหม่อมย่อมรู้ดียิ่งกว่าตำรา เพราะกระหม่อมได้เดินทางไปท่องเที่ยวและอยู่อาศัยครบทั้งสามแคว้นดังกล่าว แต่ละแคว้นก็ไม่ต่ำกว่าห้าปี”

นัยน์ตาหวานจ้องมองเขาราวจะจับผิด “ห้าปี”

“พะย่ะค่ะ ไม่ต่ำกว่าห้าปี” เขาเน้นเสียง

“เพราะกระหม่อมรักอิสระ ไม่ชอบผูกมัด ชอบเดินทางเพื่อหาความรู้และประสบการณ์ใหม่ เดินทางไปตามแคว้นต่างๆ ชมวิถีชีวิต เรียนรู้วัฒนธรรม ทำความเข้าใจบ้านเมือง ล้วนเป็นสิ่งที่กระหม่อมชื่นชอบ ดังนั้นกระหม่อมจึงมั่นใจว่ามีความรู้มากกว่าในตำราและมากกว่าอาจารย์ในวังหลวงแห่งนี้”

“ที่เจ้ามาเสนอตัวเช่นนี้ ต้องการสิ่งใด”

อวิ๋นเซี่ยงปิงประเมินบุรุษรูปงามตรงหน้าก่อนถามเจตนาของเขา

“กระหม่อมต้องการเพียงแค่ห้องนอนเดี่ยวพะย่ะค่ะ นอนคนเดียว”

หานเทียนอีตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย ที่เขาโน้มน้าวสตรีนางนี้เพราะเพื่อจะได้เข้าใกล้นางยิ่งขึ้น สร้างความสนิทสนมและความไว้ใจ ที่สำคัญคือต้องการนอนคนเดียว

“อ่อ ที่เจ้าพยายามตลอดทั้งเย็นถึงค่ำก็เพื่อนอนคนเดียวสินะ”

สตรีเรียกขันทีที่ยืนอยู่ไม่ไกล “หาห้องนอนส่วนตัวให้เขา”

“ส่วนเจ้า พรุ่งนี้ก็มาทำการทดสอบความรู้เสียก่อน หากผ่านเกณฑ์ข้าจึงจะให้มารับใช้ข้างกาย”

หญิงสาวสั่งก็ยกมือไล่ให้คนทั้งหมดออกไป เวลานี้นางต้องการพักผ่อนแล้ว

ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยพบเจอบุรุษปากร้ายเช่นนี้คนแรก ช่างทำให้เวียนศีรษะเหลือเกิน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel