รัก...เธอ

229.0K · จบแล้ว
คริสโซเพรส-สีเหลืองอ่อน/ละมุน - ละไม
139
บท
535
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นิยาย รัก...เธอ บทความรักของชีวิตผู้ชายสองคน... ที่ต่างก็รักกัน เพียงแต่ปากไม่ตรงกับใจ เรื่องราวความรักที่แสนเปราะบางจึงได้เริ่มต้นด้วยแผนการ ทว่าลงท้ายด้วยความสุขสมหวัง By สีเหลืองอ่อน .................................................................. ติน ...หากคุณรู้... ว่าผมตั้งใจซื้อแหวนให้คุณ คุณยังอยากจะได้มันอีกไหม ผมอยากรู้จริงๆ ครับ... คุณลม ลม “พอเถอะ...อึก...อย่ายุ่ง...กับ...อึก...ฉันอีกเลย ขอร้อง ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม ขอให้เรื่องระหว่างเราจบเสียที สงสารฉันเถอะ...อึก”

นิยายรักโรแมนติกนิยายYaoiนิยายรักนิยายปัจจุบันคนต่ำต้อยแต่งงานสายฟ้าแลบรักแรกพบโตมาด้วยผู้ชายอบอุ่นคนธรรมดา

ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

เมื่อเดินไปตามแนวสนามหญ้าสีเขียวชุ่มตา ที่ทอดขนานไปกับตัวบ้านหลังใหญ่สีขาว บ้านหลังเล็กน่าอยู่ได้ซ่อนตัวหลังแนวต้นปาล์มแนบชิดติดรั้วปูนด้านหลัง ตรงหน้าบ้านหลังนั้น มีชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินนั่งบนเก้าอี้อัลลอยสีขาวตัดกับพื้นหญ้าสีเขียว ที่นั่งอยู่ตรงข้ามชายหนุ่มคือหญิงสาวหน้าตางดงามคนหนึ่ง

“ตินคะ คืนพรุ่งนี้ไปงานเลี้ยงรุ่นกับนุ่นนะคะ”

หญิงสาวเอ่ยชวน แล้วรอคำตอบจากชายหนุ่ม ด้วยหวังว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ ถึงใครหลายคนในบริษัทมองว่าเขา ผู้ชายหน้าคม คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสันเด่น และดวงตาที่หวานฉ่ำนี้ คือคนรักของเธอ แต่เธอก็ยังไม่ค่อยแน่ใจในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานัก สามารถเรียกว่าคนรักได้หรือเปล่า

หญิงสาวเจ้าของนามนิรดา มั่นใจว่าเธอชอบผู้ชายคนนี้ แต่เขาล่ะ รู้สึกแบบเดียวกับเธอหรือเปล่า

ภาคียิ้มให้เธอ หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเขาในความคิดของเพื่อนร่วมงาน เขารู้จักนิรดาหลายปีแล้ว ก็ตั้งแต่เขาเริ่มทำงานในบริษัทเดียวกับเธอนั่นแหละ นิรดาคือผู้หญิงที่เขาสนิทมากที่สุด เธอเป็นคนสวย เสน่ห์ในแบบที่เธอเป็นคือสาวสมัยใหม่ ทำงานเก่ง และช่างพูด

ที่สำคัญคือเธอช่างออดอ้อนและเอาใจเก่ง ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้ว่า นิรดาคือผู้หญิงที่เข้าใกล้เขาได้มากที่สุด มากกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เขารู้จัก เธอเป็นฝ่ายทอดไมตรีให้ ก่อนจะเริ่มความสัมพันธ์ไปสู่คำว่าแฟนในสายตาของคนในบริษัท

สถานะความเป็นแฟนที่ยังไม่แน่ใจ คำว่า ‘แฟน’ มีความหมายต่างจากคำว่า ‘เพื่อนร่วมงาน’ อย่างไร เพราะนิรดาก็ไม่ได้แตกต่างจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นเลย

“กี่โมงครับ”

ภาคีเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ เขาถามนิรดา แต่สายตาจับจ้องไปยังรถมินิสีน้ำเงินที่แล่นเข้ามาในระยะที่สายตามองไปเห็น ก่อนจอดตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ ครู่เดียวชายหนุ่มเจ้าของรถก็ก้าวออกมา ร่างที่บอบบางเกินชาย ยิ่งดูเล็กน่ารักด้วยเสื้อตัวเล็กที่แนบไปกับลำตัว ช่างเหมาะเจาะรับกับรูปร่างของคนคนนี้ได้อย่างไม่มีที่ติ

คนถูกมองหยุดขาที่จะก้าวไปข้างหน้า และมองไปยังบ้านหลังเล็กผ่านแนวต้นปาล์ม มองอยู่ครู่หนึ่งจึงสะบัดหน้าเดินเข้าบ้าน ทิ้งให้เจ้าของสายตาที่มองสบกันในระยะไกลเศร้าลงทันทีที่ร่างของอีกฝ่ายลับตาไป

สีฟ้า... เมื่อไรผมจะเลิกมองแต่คุณได้สักที

หัวใจของภาคีเฝ้าวนเวียนพร่ำถามแต่ประโยคนี้ ทุกครั้งที่ถูกเมินหรือทำราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตน เป็นคนน่ารังเกียจ รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าในสายตาของคนคนนี้มากมายนัก

นิรดามองตามสายตาของภาคีไป เธอทันเห็นเพียงร่างใครคนหนึ่งก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านหลังใหญ่ แต่เธอก็รู้ว่าเจ้าของแผ่นหลังนั้นคือใคร

เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘สีฟ้า’ ลูกชายคนเล็กของคุณกฤษกับคุณอุษา คนเจ้าเสน่ห์ที่ใครๆ ต่างพากันหลงรักเมื่อได้รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ล้วนแล้วแต่เดินหน้าเข้ามาขายขนมจีบไม่ขาดสาย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครครอบครองหัวใจชายหนุ่มหน้าใสได้เสียที เจ้าตัวเองก็ไม่มีท่าทีที่จะสนใจใครเสียด้วยสิ

ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ หรือรู้จากใคร ก็จะรู้จากใครได้ถ้าไม่ใช่ภาคี ผู้ชายที่นั่งทำหน้าละห้อยอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ไง

“สวยนะคะ” นิรดาเลือกใช้คำว่า ‘สวย’ แทน ‘หล่อ’ เธออยากรู้ว่าคนฟังจะสะดุดหูบ้างหรือเปล่า

“สวยครับ” ภาคีตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ เพราะน้ำเสียงแปร่งหูของนิรดาที่ถามเหมือนรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

สีฟ้า ‘สวย’ เกินจะเรียกว่าหล่อได้ เพราะรูปร่างที่บอบบางเกินชาย ผิวกายขาวละเอียด ดวงตาคู่สวยที่ดูเอาเรื่องน่ามองจนไม่อยากถอนสายตาจากไปไหน จมูกรั้นบอกถึงความเอาแต่ใจที่เขาอยากเอาใจเหลือเกิน ปากอิ่มสีหวานที่ทำเอาเผลอคิดไปไกลว่า หากได้สัมผัสด้วยริมฝีปากตัวเองสักครั้งจะรู้สึกอิ่มเอมเพียงใด รูปร่างบอบบางชวนให้ทะนุถนอม อยากโอบกอดร่างกายงดงามไว้ในวงแขน กอดไว้แนบอกเหมือนที่เคยฝันหวานยามค่ำคืน

สีฟ้า... เหมือนสิ่งสูงค่าที่ไม่มีวันเอื้อมถึง แม้พยายามแค่ไหนก็ตาม

สีฟ้า... เป็นความสุขที่เขาอยากมี แต่ก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวมาใส่ไว้ในชีวิตแห้งแล้งของตัวเองได้

สีฟ้า... คือความงดงามที่เขาอยากสัมผัส ครอบครอง และถือครองเอามาเป็นของตน ทว่าก็ไม่มีหนทางใดที่จะได้มา

“แล้วทำไมตินไม่จีบล่ะคะ” นิรดาถามประชด แม้ได้ชื่อว่าเป็นแฟนแต่ในความสัมพันธ์นั้น เธอไม่เคยแน่ใจเลยว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรกับเธอ

กันแน่ เขาเฉยกับทุกเรื่อง ไม่มีคำบอกรัก ไม่มีการกระทำแบบคนรักกัน ดอกไม้หรือของขวัญในวันสำคัญ เขาก็ไม่เคยมีให้เธอ

...แม้ครั้งเดียวก็ไม่เคยมีเลย

“งานเริ่มกี่โมงครับ” ภาคีเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะนิรดาถามในสิ่งที่เขาไม่อยากตอบ...

แทนที่จะได้คำตอบกลับได้คำถามมา นั่นทำให้นิรดาหงุดหงิดหัวใจไม่น้อย หญิงสาวเชื่อว่าที่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาไปไม่ถึงไหนสักที

อาจเป็นเพราะสีฟ้า...

“สองทุ่มค่ะ ตกลงตินไปกับนุ่นนะคะ” แม้ว่าน้ำเสียงจะถูกปรับให้นุ่มลงเพียงใด แต่กระแสความหงุดหงิดในน้ำเสียงยังไม่จางหายไปไหน

แต่ช่างเถอะ ต่อให้ภาคีคิดในสิ่งที่เธอหวั่นใจอยู่ก็ตาม แต่ถ้าสีฟ้าไม่คิดจะสนใจ สิ่งที่ภาคีคิดก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วสีฟ้าก็หน้าตาดีขนาดนั้น รวยล้นฟ้าจนน่าอิจฉา ครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคมคนรวย คงไม่มีทางลดตัวลงมาคบหากับผู้ชายด้วยกันเอง ให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลหรอกน่า!

“อะไรนะแพท” สีฟ้าโวยวายลั่นห้องเมื่อได้ยินคำขอร้องของเพื่อนที่อยู่ปลายสาย “ให้ลมชวนหมอนั่นให้นี่นะ ไม่เอา ไปชวนเองเลย ลมไม่อยากคุยกับหมอนั่น... เข้าใจไหม”

สีฟ้าเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งหน้ายุ่ง กับคำขอร้องแกมบังคับของเพื่อนรักที่ชื่อน้ำเพชร สิ่งที่ถูกขอให้ช่วย มันก็ไม่ได้ทำยากนักหรอก แต่ว่าเขาไม่อยากทำมากกว่า

...ให้ไปหาภาคีนะเหรอ แล้วไปพูดดีๆ ด้วย เขาไม่มีวันทำแน่ๆ

“ช่วยเพื่อนหน่อยสิ ขอร้อง...นะ...นะ...ลมคนดีที่หนึ่งของแพท”

น้ำเพชรทำเสียงหวานอ้อนมาตามสายหวังให้เพื่อนเปลี่ยนใจ

“ไม่เอา อยากชวนก็ไปชวนเองสิ” สีฟ้าตอบคำขอร้องของเพื่อนอย่างไม่ไยดี

“ช่วยหน่อยนะลม เอาเป็นว่าไปฝรั่งเศสคราวนี้ แพทจะซื้อน้ำหอมมาฝากสามขวดเลยเอ้า” น้ำเพชรเอาของชอบของเพื่อนมาล่อ

“ลมมีเงินซื้อเองได้” แต่คนชอบน้ำหอมก็ปฏิเสธ

“โธ่ ลมจ๋า... ช่วยเพื่อนหน่อยนะ”

“ไม่” สีฟ้าปฏิเสธเสียงแข็ง ให้บุกน้ำลุยไฟ เขาจะไม่เกี่ยงสักนิด แต่เรื่องให้ไปหาภาคี คนที่ไม่เคยคุยกันดีๆ เลยสักครั้งนี่นะ เสียศักดิ์ศรีสุดๆ

ไม่มีทาง!

แม้จะตอบปฏิเสธเสียงแข็งไปแล้ว ทว่าฝ่ายเพื่อนรักก็ยังไม่เลิกล้มความต้องการของตัวเอง ยังคงอ้อนเสียงหวานมาตามสาย

“นะลมนะ...นะนะ...ช่วยเพื่อนหน่อยนะ”

“ไม่”

“นะ...นะ...อย่าใจร้ายกับเพื่อนนักซี้”

“ไม่...ไม่”

“ลมจ๋า... ลมคนดีของแพท ลมเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแพทน้า ช่วยเพื่อนที่น่ารักแสนดีของลมหน่อยนะ...นะ...นะ...นะลม รับรองว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้าย แพทสัญญา”

เสียงออดอ้อนแกมอ้อนวอนที่ผ่านมาตามสาย ทำเอาคนใจแข็งแต่แข็งใจได้ไม่นานเริ่มอ่อนลง สุดท้ายสีฟ้าเลยต้องตกปากรับคำว่าจะทำให้

“ก็ได้ๆ แต่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”

เท่านั้นแหละน้ำเพชรถึงเฮลั่น สีฟ้าต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูอยู่หลายวินาที ก่อนดึงกลับมาแนบหูอีกครั้ง กรอกเสียงลงไปว่า

“แต่ไม่รู้ว่าหมอนั่นจะไปหรือเปล่า รักแฟนออกอย่างนั้น” สีฟ้าว่า

ทั้งที่น้ำเพชรรู้ว่าภาคีมีแฟนแล้ว เจ้าตัวก็ยังไม่เลิกหวัง แถมยังหวังมากขึ้นกว่าเมื่อตอนเป็นเด็กซะอีก เจ็บแล้วไม่เคยจำเลย เพราะก่อนหน้านี้ภาคีเคยปฏิเสธความรักของน้ำเพชรมาแล้วครั้งหนึ่ง สีฟ้าก็สุดปัญญาที่จะห้ามเพราะน้ำเพชรไม่เคยเชื่อ

“แพทเชื่อฝีมือลม” คนปลายสายบอกเสียงสดใสเพราะสมใจแล้ว “...ว่าลมต้องทำให้ตินไปดินเนอร์กับแพทได้แน่ เพราะลมเก่ง ลมต้องทำได้”

“ไม่ต้องหวังมากก็ได้นะ” เขาไม่อยากให้เพื่อนหวังมากเกินไปนัก และคำพูดของเธอก็กดดันเขามากเกินไป

“ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีหวังจ้ะ ลมก็รู้ แพทต้องไปดูแลสาขาที่ฝรั่งเศสตั้งสามสี่เดือนเชียวนะ ทำให้เพื่อนได้มีเรื่องราวดีๆ เก็บไว้ให้คิดถึงบ้างสิ”

“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ไปจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ รอฟังข่าวดีละกัน” สีฟ้ารีบตัดบท เขาไม่อยากจมไปในเหตุผลร้อยแปดข้อที่น้ำเพชรสรรหามาใช้ให้เขาเห็นใจ เพราะอย่างไรเขาก็เห็นใจเพื่อน และอยากให้เพื่อนสมหวังเหมือนกัน