ตอนที่ 3
(หมอนุ)
............
“ว่าแต่จะไปที่ไหนครับ”
“ทะเลจันท์ครับ สามวันสองคืน”
“นึกว่าไปเช้าเย็นกลับ” เจ้าตัวเหมือนเปรยกับตัวเองมากกว่าพูดกับผม ผมเลยทำเนียนไม่สนใจ เดี๋ยวจะเป็นการเปิดโอกาสให้คุณฟ้านึกอยากเปลี่ยนใจขึ้นมา เลยพูดให้ข้อมูลต่อไปเรื่อยๆ
“มีเพื่อนผมไปด้วยสี่คน แต่อีกสองคนจะตามไปพรุ่งนี้ครับ” สองคนที่จะตามมาพรุ่งนี้คือเพื่อนผมกับลูกน้องคนสนิทของมัน
“ไปเยอะเหมือนกันนะครับ” คุณฟ้าทำหน้าคิดหนัก จากนั้นคำถามก็ตามมา “ถ้าผมไปด้วย มันจะดีหรือครับ แล้วเพื่อนคุณหมอจะไม่ว่าเอาหรือครับ” น้ำเสียงคุณฟ้าดูเป็นกังวลและไม่สบายใจพอสมควร จนกลัวว่าเจ้าตัวจะเปลี่ยนใจ
“ไม่หรอกครับ ไปกันเยอะๆ สนุกดี” พูดเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ และแอบบอกต่อในใจไปอีกว่า... และดีกับผมมากด้วย
“แต่ผมเกรงใจน่ะครับ” บอกเสียงอ่อย “ที่รับปากไปตอนแรกก็คิดว่าคุณหมอไม่มีเพื่อนไปด้วย ถึงชวนผมนั่งรถไปเป็นเพื่อน ผมกลัวคุณหมอไปคนเดียวแล้วจะเหงา แต่พอรู้ว่าคุณหมอมีเพื่อนไปด้วยหลายคน มีผมไปด้วยจะเกะกะเพื่อนคุณหมอหรือเปล่า ผมเกรงใจน่ะครับ”
คุณฟ้าย้ำคำว่า ‘เกรงใจ’ ถึงสองครั้ง ประมาณว่าเกรงใจผมมาก แล้วสีหน้าก็บอกว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ...เกรงใจจนไม่อยากไปด้วย
ผมเลยต้องพูดเพื่อให้ความเกรงใจนั้นลดลงไป
“ไม่ต้องเกรงใจครับ ไม่มีอะไรให้น่าเกรงใจเลย ไปด้วยกันนะครับ ถือเสียว่าไปพักผ่อน เห็นยีนบอกว่า ตั้งแต่เปิดร้านมา คุณฟ้าไม่เคยพักเลย มาทำงานทุกวัน ผมว่า ให้โอกาสร่างกายได้พักผ่อนบ้างนะครับ”
ผมหว่านล้อม ด้วยน้ำเสียงอาทรและห่วงใยเจ้าของร้านเชิญครับอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ ปฏิเสธการไปทะเลด้วยกัน
มีหลายเรื่องเกี่ยวกับคุณฟ้าที่ผมได้ฟังจากยีน หนึ่งในพนักงานร้านเชิญครับ ทั้งที่ผมไม่ได้อยากรู้เลย แต่ก็กลับเป็นเรื่องที่ผม ‘ต้องรู้’ มาตลอดหกเดือนกว่าๆ ที่ได้มาเป็นลูกค้าประจำของร้านเชิญครับ
“แต่...” เจ้าตัวยังลังเล เอนเอียงจะเปลี่ยนใจในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง
“รับปากผมแล้วนะครับ” ผมรีบพูดปิดหนทางปฏิเสธไว้ก่อน ไม่ให้คุณฟ้าเปลี่ยนใจได้ง่ายๆ
คุณฟ้าหลุบตาต่ำเพื่อหลบสายตาบังคับกลายๆ ของผม ใบหน้าขาวนวลเนียนที่คราบน้ำตาแห้งไปแล้วนั้น ฟ้องว่าเจ้าตัวกำลังใช้ความคิดหนัก ดูจากหัวคิ้วที่เริ่มขยับเข้าหากัน ผมเลยได้มองหน้าคุณฟ้าแบบชัดๆ และนานๆ โดยไม่ต้องเกรงอกเกรงใจเจ้าตัว ถือเสียว่าผมมองแบบรอคำตอบละกัน
ใบหน้าที่ผมและใครอีกหลายคน หรืออาจจะทุกคนที่ได้เจอคุณฟ้าเลยก็ได้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าน่ารักและน่ามอง ไม่ว่าหญิงหรือชายก็ต้องหันกลับไปมองทุกครั้งที่เดินผ่าน
ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลย ก็ลองดูสิครับ ตั้งแต่ผมยืนคุยกับคุณฟ้าอยู่เยื้องๆ ประตูร้าน ลูกค้าของร้านเชิญครับหลายคน ทำเหมือนอยากเข้ามาทักทายพูดคุยกับเจ้าของร้าน แต่คุณฟ้ายืนคุยกับผม คนเหล่านั้นจึงทำได้แค่ยิ้มทักทาย และเดินผ่านเข้าไปในร้าน
แต่ถ้าให้ผมคิดมากกว่านั้น ลูกค้าของเช้าวันนี้ ไม่ได้แค่อยากทักทายเจ้าของร้านเพียงอย่างเดียว แต่แอบแฝงด้วยความหวังบางอย่าง ซึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์เมื่อวาน
...เหตุการณ์ที่ทำให้คุณฟ้า ‘โสด’ และเปิดโอกาสให้ใครหลายคนมีความหวังว่าจะพิชิตใจคุณฟ้าได้ในวันหนึ่ง
“เพื่อนคุณหมอจะไม่ลำบากใจหรือครับที่ผมไปด้วย คนไม่รู้จักกันมาอยู่ด้วยกัน ที่คิดว่าจะไปเที่ยวผ่อนคลายสนุกๆ จะกร่อยเอานะครับ แล้วผมก็ไม่ใช่คนพูดเก่ง เดี๋ยวจะทำให้หมดสนุกไปเสียเปล่าๆ ผมเกรงใจด้วยน่ะครับ”
นั่น... เกรงใจอีกแล้ว ผมจึงต้องรีบฝังกลบความเกรงใจนั้นไปซะ
“เหลืออีกไม่ถึงยี่สิบนาทีแล้วนะครับคุณฟ้า”
ไม่ไหวครับ ขืนปล่อยให้คุณฟ้าพูด คงวนเวียนอยู่กับแค่คำว่าเกรงใจ ผมไม่ได้อยากบังคับให้ต้องไปด้วยกัน แต่เมื่อชวนแล้ว และได้คำตอบไปแล้วในตอนแรก ทำให้ผมอยากให้คุณฟ้าไปด้วยกันให้ได้ เพราะดีต่อคนถูกชวนที่จะได้พักผ่อนบ้าง แล้วก็ดีต่อผมด้วย อย่างน้อยคุณฟ้าจะได้ช่วยให้สามวันกับสองคืนของผมไม่โดดเดี่ยวเกินไป และไม่ถูกเขม่นเหม็นหน้าด้วย
“แต่...” ทำเหมือนจะแย้ง
“ไปด้วยกันนะครับ” มองตากลมสวยด้วยสายตาขอร้อง เจ้าตัวก็หลบสายตาไปสองสามวินาที ถึงได้กลับมาสู้ตา และตอบมาว่า
“ไปก็ไปครับ” คำตอบที่ผมพอใจมาพร้อมกับยิ้มแห้งๆ แต่ก็น่ามองไปอีกแบบหนึ่ง ผมได้บอกไปหรือยังว่าคุณฟ้าเป็นผู้ชายที่ยิ้มแล้ว ทำให้โลกของคนที่มองรอยยิ้มนั้นสดใสได้เสมอ
ได้ฟังคำตอบแล้วผมก็พอใจครับ แต่กว่าจะได้คำตอบก็หวั่นใจว่าจะถูกปฏิเสธเพราะความเกรงใจอยู่หลายครั้ง ตอนที่รับปากครั้งแรกไม่เห็นคิดอะไรมากเลย แต่พอรู้ว่ามีคนอื่นไปด้วยก็เกิดเกรงใจ จะเปลี่ยนใจเสียให้ได้
แสดงว่าถ้าไปกับผมแค่สองคนคงไม่มีปัญหาอะไร นึกขอบคุณความใจดีของคุณฟ้า กับเหตุผลที่ตกลงไปทะเลกับผมในตอนแรก เพราะคิดว่าผมไปคนเดียว กลัวผมเหงา เลยยอมไปเป็นเพื่อน...
“งั้นผมขอตัวเข้าไปในร้านก่อนนะครับ ต้องบอกแดนกับยีนก่อน
ไม่รู้จะโดนบ่นหรือเปล่า” คนอะไรกลัวโดนลูกน้องบ่น มีนายจ้างที่ไหนเป็นแบบนี้บ้าง
ผมว่าเด็กสองคนน่าจะดีใจมากกว่านะ ตั้งแต่เปิดร้าน คุณฟ้าก็มาทำงานทุกวัน ไม่เคยหยุด แม้แต่ตอนป่วยยังหอบสังขารมาให้ลูกน้องอย่างยีนบ่นฉอดๆ เลยด้วยซ้ำ
ผมอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย เห็นยีนบ่นเจ้านายไม่ยอมหยุด ฝ่ายเจ้านายก็ทำหน้าเหมือนเด็กดื้อถูกแม่ดุ ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันแน่ ส่วนเด็กแดนก็คอยประคบประหงมไม่ยอมห่างคุณฟ้าเลย เจ้าตัวไม่สนใจใครนอกจากเจ้าของร้าน เลยถูกยีนบ่นเป็นรายที่สอง แต่ก็นั่นแหละ เด็กแดนก็ปล่อยให้เสียงของยีนเข้าหูซ้ายออกหูขวาไปเสีย ยังคงตั้งหน้าตั้งตาดูแลเจ้าของร้านอย่างสุดหัวใจ
วันนั้นเลยวุ่นวายไปหมด เพราะขาดคนทำงานไปถึงสองคน ผมเลยต้องสวมบทบาทเป็นพนักงานจำเป็นของร้านเชิญครับ ช่วยเสิร์ฟ ช่วยเก็บเงิน ช่วยเช็ดโต๊ะ และจบด้วยการยืนอยู่หน้าอ่างล้างจาน
“เดี๋ยวผมกลับไปเอารถที่คลินิกมารับนะครับ จะได้พาคุณฟ้ากลับไปเก็บกระเป๋าที่คอนโดฯ เลย”
“แต่...”
“‘แต่’ เยอะเกินไปแล้วนะครับคุณฟ้า เหลือเวลาแค่สิบห้านาทีแล้วนะครับ” ผมยกเรื่องเวลาขึ้นมาขู่
“ครับๆ” คุณฟ้าทำหน้ายุ่ง เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นคุณฟ้าทำหน้ายุ่งเหมือนเด็กโดนบังคับ หรือห้ามไม่ให้แอบไปเล่นซนนอกบ้าน... แต่มองอย่างไร มองมุมไหน ก็น่ารักสมกับเป็นคุณฟ้าจริงๆ
เมื่อคุณฟ้าเดินกลับเข้าไปในร้าน ผมก็เดินข้ามถนนที่กั้นระหว่างคลินิกรักษาสัตว์กับร้านกาแฟเชิญครับ ด้วยความรู้สึกที่เบาสบายขึ้น
ผมหวังว่า สามวันกับสองคืนที่รีสอร์ตติดชายทะเลจะผ่านไปด้วยดี และหวังว่าผมคงไม่ปากแตก หรือต้องเข้าโรงพยาบาลให้หมอเย็บแผล เพราะพิษรักแรงหึงของคนที่ไม่อยากให้ผมไปด้วย
ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นที่ผมตามจีบคนรักของตินโดยไม่รู้ตัว ผมก็กลายเป็นคนที่เจ้าตัวเหม็นขี้หน้ามาจนถึงวันนี้ ทั้งที่ตอนนี้ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับน้องลม ผมถอยออกมาแล้ว เบอร์โทรศัพท์ก็ลบออกจากเครื่อง เพื่อจะได้ตัดใจอย่างเด็ดขาด แต่น้องลมกลับไม่ปล่อยผมไปไหน ยังวนเวียนมาหาที่คลินิก พร้อมยกตำแหน่งพี่หมอใจดีให้ผมมาครอบครอง
นอกจากแวะมาเยี่ยมถึงคลินิก ลากตัวไปกินข้าวด้วยกัน น้องลมยังโทรมาคุยอยู่เรื่อยๆ เพราะโทรมาเรื่อยๆ นี่แหละ ทำให้คนรักของน้องลมไม่พอใจ เอะอะโวยวายเข้ามาให้ผมได้ยินทุกครั้งที่น้องลมโทรคุยกับผม
ไปทะเลคราวนี้น้องลมก็ชวนผมนานเป็นเดือนแล้ว จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะถูกมัดมือชก ซ้ำยังไม่ให้ผมขับรถไปเองด้วย เจ้าตัวจะขับรถมารับผมเอง เพราะกลัวผมเบี้ยวนัด ไม่ยอมขับรถตามไป พูดตามตรงเลยว่า น้องลมขยันสร้างเรื่องให้ตินเหม็นขี้หน้าผมเสียจริงๆ
ผมจึงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กับเวลาสามวันสองคืนที่นั่น ก็ได้แต่หวังว่าคุณฟ้าจะช่วยผมได้ไม่มากก็น้อยนะ
เฮ้อ... เหมือนผมหลอกคุณฟ้าไปช่วยกลบปัญหาให้เลย ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาอีกระลอก แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็กลับมาเป็นความสบายใจเช่นเดิม และรู้สึกเหนือกว่าคนที่จ้องจะเข้ามาในชีวิตโสดของคุณฟ้าพอสมควร เพราะผมเป็นคนที่ได้เข้าไปในชีวิตโสดของคุณฟ้าก่อนใครพวก
เปล่าครับ... ผมไม่ได้คิดจะ ‘จีบ’ คุณฟ้าแข่งกับใคร
เปล่าจริงๆ นะ...
