บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2

(หมอนุ)

...........

วันนี้ผมตื่นแต่เช้ามืด เพราะเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่มีชื่อ แต่ผมก็รู้ว่าหมายเลขที่คุ้นตานี้เป็นของใคร

มันคือเบอร์ของ ‘น้องลม’

และคือเหตุผลที่ทำให้ผมมายืนอยู่หน้าร้านเชิญครับ พร้อมกาแฟเย็นแก้วใหญ่ เช้านี้ผมนึกอยากเปลี่ยนจากกาแฟร้อนเป็นกาแฟเย็น แล้วผมก็หยุดทักทายเจ้าของร้านเชิญครับ ด้วยคำถามที่ไม่ควรสักนิด เพราะเหมือนเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย เกินความสนิทสนมอันน้อยนิดระหว่างผมกับเขา แต่ผมก็เผลอถามออกไปแล้ว

ผมถามเขาว่า

“เมื่อคืนร้องไห้มาหรือครับ ตาบวมเชียว” พอถามจบ เสียงหัวเราะของพนักงานร้านเชิญครับก็ดังขึ้นทันที ก็คือเด็กแดน ที่ตอนแรกเหมือนจะเดินสะพายกระเป๋าเข้าไปในร้าน แต่ก็หยุดทักผมก่อน พลอยได้ยินคำถามไปด้วย ส่วนคนที่ผมเอ่ยทักทายด้วยคำถามที่ไม่ควรถาม ก็อ้าปากค้าง ยกมือขึ้นจับหน้าตัวเอง ก่อนหันไปตีหน้ายักษ์ใส่เจ้าของเสียงหัวเราะ

“ไปทำงานได้แล้ว”

“ครับบอส”

ที่ผมเห็นคือบอสของเด็กแดนทำหน้าโหดใส่ ที่ดูแล้วไม่น่ากลัวเลยในสายตาผม รวมถึงเด็กแดนด้วยมั้ง เพราะผมเห็นว่าฝ่ายลูกน้องยังยิ้มปนรอยขำ ก่อนจะถอยหลังเดินเข้าไปในร้าน ตอนนี้จึงเหลือผมกับเจ้าของร้านแค่สองคน ผมรู้สึกผิดที่ถามไปแบบนั้น

ไม่น่าถามคำถามที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอับอาย ดูหน้าก็รู้ว่า ‘คุณฟ้า’ อายเมื่อถูกถาม แต่เมื่อผมมองตากลมโตบวมช้ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ทำให้ผมรู้อีกว่า ถึงเขาจะอาย แต่ก็ไม่โกรธผม

จากการเป็นลูกค้าประจำของร้านเชิญครับมากว่าหกเดือน ซึ่งก็นานเท่ากับระยะเวลาที่ร้านเปิดวันแรกจนถึงวันนี้ ทำให้ผมพอรู้ว่า เจ้าของร้านเชิญครับเป็นชายหนุ่มที่...

‘ใจดี’ เป็นสิ่งที่เห็นบนหน้า

‘ใจเย็น’ เป็นสิ่งที่รู้เมื่อได้พูดคุยกัน

ความจริงผมแค่คิดว่าจะถามเขาดีไหม แต่ปากดันไวเกินไป รู้ว่าไม่สมควร แต่แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เพราะผมถามออกไปแล้ว เรียกคำถามนั้นคืนมาไม่ได้

จะว่าไปแล้วเหตุการณ์ในตอนนี้ ก็คล้ายเหตุการณ์เมื่อวานตอนบ่ายสองโมงนิดๆ ตรงหน้าร้านเชิญครับ ที่ผมดันบังเอิญอยากจิบกาแฟร้อนสักแก้วให้สมองโล่ง หลังจากเพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่มา แล้วบังเอิญเดินมาเจอเจ้าของร้านเชิญครับ ยืนน้ำตาไหลอาบแก้มสองข้าง ที่ยืนอยู่ด้วยกันคือผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขาคนนั้นคือคุณนนท์ แฟนของคุณฟ้า เดาได้ไม่ยากว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคนสองคน จะเป็นเรื่องอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่...

‘การเลิกรา’

ใบหน้าขาวอาบด้วยน้ำตา ขณะที่อีกคนยืนล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วหันหน้าหนี แต่ก็หันมาเจอผม

ในระยะที่ใกล้พอจะมองเห็นแววตาของอีกฝ่ายได้ ผมว่าคุณนนท์ก็คงเสียใจไม่น้อยกว่าคุณฟ้า เพียงแต่เขาเข้มแข็งกว่า และเป็นคนเอ่ยคำว่า ‘เลิกกันเถอะ’ ออกมา น้ำตาจึงไปกองรวมกันอยู่ที่คนอ่อนแอเพียงคนเดียว

เมื่อหันมาเจอผม คุณนนท์เลยหันกลับไปหาคุณฟ้า แล้วพูดอะไรบางอย่างที่ผมได้ยินไม่ค่อยชัดนัก หากก็จับบางคำพูดที่ลอยเข้าหูได้ ตอนที่ผมเดินเข้าไปใกล้ และเดินเลยไปยังประตูร้านเชิญครับ ผมเดาเนื้อความได้ประมาณว่า

‘ขอโทษ’

‘ขอบคุณที่รักกัน’

‘นนท์มันเลว’

‘ลืมนนท์เถอะนะฟ้า’

‘ฟ้าดีเกินไปที่จะต้องมาอยู่กับคนอย่างนนท์’

‘สักวันจะมีคนที่ดีกว่านนท์เดินเข้ามาในชีวิตฟ้า’

‘เขาจะรักฟ้ามากกว่าที่นนท์รัก’

‘เขาจะไม่ทำให้ฟ้าเสียใจ เหมือนที่นนท์ทำให้ฟ้าเสียน้ำตาในวันนี้’

‘นนท์ขอโทษ’

ส่วนคนที่ถูกวางฐานะไว้ว่า ‘ดีเกินไป’ ถูกขอให้ลืมคนเลวคนหนึ่งไปเสีย ก็ยืนน้ำตาไหลอาบแก้ม ปากขยับจะพูด แต่ก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

เหตุการณ์ต่อจากคำพูดพวกนั้น ผมไม่รู้แล้วว่าเป็นอย่างไรต่อ เพราะผมยังเป็นคุณหมอสัตว์ที่มีมารยาท พอที่จะไม่หยุดฟังคนบอกเลิกกัน ผมเดินเข้าไปในร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้า มีหลายคนและหลายกลุ่มที่นั่งติดกระจกฝั่งที่มองออกไปแล้วเห็นคนทั้งคู่ ถึงจะมีกระถางต้นไม้ตั้งเป็นแนวตามความยาวของผนังกระจกก็เถอะ แต่มันสูงแค่อกของคนนั่ง ภาพเหตุการณ์นอกร้านจึงเป็นที่สนใจของลูกค้าเหล่านั้น แต่พวกเขาก็ทำได้แค่นั่งมอง ไม่ได้ยินเสียงแห่งความเศร้าโศกเสียใจใดๆ ของเจ้าของร้านเชิญครับแม้แต่น้อย

ส่วนผมคงได้แต่ห้ามความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้ เลือกเดินไปนั่งอีกมุมหนึ่งที่จะไม่เห็นเหตุการณ์นอกร้าน สักพักกาแฟร้อนถ้วยเล็กจากมือเด็กแดนก็วางลงตรงหน้าผม ใบหน้าของเด็กแดนบ่งบอกอาการอย่างมากว่า ‘อยากไปกระชากตัวแฟนหนุ่มของเจ้านายตน มากระทืบใจแทบขาด’

ถ้าผมมองไม่พลาด ทุกครั้งที่ผมบังเอิญเห็นสายตาเด็กแดน ยามที่แอบมองเจ้านายตนนั้น มันมีความหมายลึกซึ้ง เป็นสายตาของคนที่แอบรักใครคนหนึ่งอยู่ ซึ่งใครคนนั้นกลับไม่รู้ตัวเลย หรือว่ารู้ แต่แกล้งทำไม่รู้กันแน่ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไร

ก่อนที่ผมจะนึกย้อนไปไกลถึงเหตุการณ์ที่คุณฟ้าเดินกลับเข้ามาในร้านเชิญครับ ในสภาพที่เรียกสายตาลูกค้าทุกคนให้จ้องมองด้วยความเห็นใจ ไม่เว้นแม้แต่ผม เสียงของคุณฟ้าก็เรียกความคิดของผมให้กลับมาสู่ปัจจุบันแทบจะทันที

“ครับ...ร้องจนถึงเช้าเลยครับ” มีคำตอบให้คำถามที่ไม่เหมาะสมของผมด้วย ไม่ได้ตอบเปล่าๆ แต่ตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่ไม่สดใสเหมือนเวลาที่ยิ้มให้ลูกค้า ผมพอเข้าใจว่าคนเพิ่งอกหัก จะให้ยิ้มสดใสชื่นบานคงเป็นไปได้ยาก

และรอยยิ้มที่ไม่สดใสนั้น ก็ทำให้ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวผม ทันที และกลายเป็นคำถามอีกจนได้

“ไปเที่ยวทะเลกันไหมครับ” หรือนี่ไม่ใช่คำถามกันแน่ เพราะดูแล้วเหมือน ‘คำชวน’ ซะมากกว่า และผมคิดว่า... สำหรับคนอกหักแล้ว อะไรจะดีไปกว่าการไปเที่ยวทะเล (มีคนบอกผมมาแบบนี้)

“หา?” ตากลมสวยเบิกกว้างตกใจคำชวนของผม แล้วก็ถามย้ำทันทีว่า “คุณหมอชวนผมไปทะเลหรือครับ” คุณฟ้าคงประหลาดใจสุดๆ หรือคิดว่าตัวเองหูฝาดไปแน่ๆ เพราะผมกับคุณฟ้าไม่ได้สนิทกันมากพอที่จะชวนกันไปเที่ยวได้

เราสองคนก็แค่ลูกค้าคนหนึ่งกับเจ้าของร้านคนหนึ่ง ที่เห็นหน้ากันก็ยิ้มทักทาย พูดคุยกันบ้างนานๆ ครั้งในสถานะของลูกค้ากับเจ้าของร้าน นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีเรื่องอื่นใดที่ทำให้เราสองคนเปิดปากคุยกันเลย นั่นเพราะคุณฟ้าพูดน้อย ส่วนผมก็พูดน้อยกว่าคุณฟ้า

“ครับ ผมชวนคุณฟ้าไปทะเล” ผมตอบเพื่อย้ำให้คุณฟ้าเชื่อว่า ผมชวนเขาไปเที่ยวทะเลจริงๆ “ไปด้วยกันนะครับ”

คุณฟ้ายังไม่ตอบ ท่าทางยังไม่หายประหลาดใจ ที่ถูกลูกค้าที่ไม่ได้สนิทกันเลย ชวนไปเที่ยวทะเล

“ไปไหมครับ” ก็ไม่ได้หวังว่าคุณฟ้าจะตอบตกลง แต่ผมก็ไม่อยาก

ได้คำปฏิเสธกลับมา เพราะมีแวบหนึ่งที่ผมคิดขึ้นได้ว่า ถ้าผมมีใครสักคนไปทะเลด้วย... ก็น่าจะดีไม่น้อยเลย

ไม่สิ ผมว่าต้องดีมากๆ เพราะคนที่ไม่อยากให้ผมไปทะเลด้วย จะได้เลิกมองผมเหมือนเป็นคนที่จ้องแต่จะแย่งคนรักของเขาไป

‘ติน’ ผู้ชายที่ได้หัวใจน้องลมไปแล้ว แต่ยังไม่เลิกระแวงผม แม้ความไม่ชอบขี้หน้าผมจะลดลงไปบ้างแล้วก็ตาม และแล้วก็มีเสียงเบาๆ ที่หลุดออกมาจากกลีบปากบางของคนตรงหน้าผม

“คือ...” แต่ก็แค่นี้ ดวงตาสวยหรี่ลงเหมือนใช้ความคิดอยู่สักพัก เป็นสักพักที่นานเหมือนกัน แต่ก็คุ้มครับ เมื่อผมได้คำตอบที่น่าพอใจ

“ครับ” คุณฟ้าตอบตกลง มีรอยยิ้มมาให้ผมอุ่นใจว่า เจ้าตัวไม่ได้ฝืนใจ และไม่ใช่รอยยิ้มที่เจ้าตัวมอบให้กับลูกค้าของร้านเชิญครับ ยิ้มนี้มีความหมายมากกว่านั้น คล้ายกับว่า... คุณฟ้ากำลัง ‘เชิญ’ ให้ผมได้เข้าไปมีตัวตนในชีวิตเขา

ถ้าใครได้สบตากับดวงตากลมเป็นประกายสดใส เหมือนดวงดาวที่พราวระยับบนท้องฟ้ายามราตรี ยามที่เจ้าตัวยิ้มแล้วละก็ โลกของคนคนนั้นน่าจะสดใสมากอย่างแน่นอน ผมยืนยันเลย เหมือนเช่นผมตอนนี้

“ครับ...นี่แปลว่า ตกลงจะไปด้วยกันใช่ไหมครับ” แต่ผมก็ยังต้องถามเอาความแน่ใจว่า ตัวเองไม่ได้ตีความหมายคำว่า ‘ครับ’ ผิดไป

“ใช่ครับ” ยืนยันว่าไปทะเลครั้งนี้ ผมจะมีเพื่อนร่วมเดินทางแล้ว

ผมรู้สึกดีมากที่ไม่ถูกปฏิเสธ แต่ผมก็แอบแปลกใจเล็กน้อยที่คุณฟ้าตอบตกลงง่ายๆ (แต่ก็ใช้เวลาคิด) ไม่ถาม หรือสงสัยเลยว่า ทำไมผมถึงชวนเขา แล้วไปทะเลที่ไหน ไปกี่วัน

“แล้วคุณหมอจะไปวันไหนครับ”

อ้าว... ผมนึกว่าจะไม่ถามอะไรเสียแล้ว

“วันนี้ครับ”

“หา! วันนี้!!” ตากลมเบิกกว้างอีกครั้ง “ไปวันนี้เลยหรือครับ เอ่อ...ผมก็นึกว่าจะไปวันหลัง”

“ครับวันนี้ อีกครึ่งชั่วโมงจะออกเดินทางแล้วครับ” ผมบอก

ตามที่นัดกับน้องลมไว้ ก็เหลืออีกครึ่งชั่วโมงที่น้องลมจะมารับผมที่หน้าคลินิก

“สะดวกไหมครับ” เผื่อว่าเจ้าตัวอยากเปลี่ยนใจ แต่ผมก็ไม่อยากให้คุณฟ้าเปลี่ยนใจ อยากพาไปด้วยกัน ไปพักผ่อน เห็นทะเลแล้วอาจจะหายเศร้าเร็วขึ้น และก็ดีกับผมด้วย

“สะดวกไม่สะดวกก็รับปากแล้วนี่ครับ” คุณฟ้าบอกเสียงเบา ทำหน้าเหมือนเหนื่อยใจกับอะไรสักอย่าง และนั่นอาจจะเป็นผม หรือไม่ก็ไว้อาลัยให้กับความไม่คิดของตัวเอง ที่ตกปากรับคำแบบไม่ถามรายละเอียดเสียก่อน

“ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อนครับ” ผมรีบบอกข้อดีของการไปเที่ยวทะเลกับผม เจ้าตัวก็ยิ้มแห้งๆ กลับมาให้ แล้วถามรายละเอียดเพิ่ม

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel