ตอนที่ 3
ภาพทุกอย่างซ้อนทับมารวดเร็ว ไม่ต่างจากพายุมืดทะมึนที่หอบหิ้วเอาซากปรักหักพังของอดีตอันเลวร้ายมากระหน่ำทุบตีความอ่อนแอที่ซ่อนลึกของผมให้ย่อยยับ
เสียงกรีดร้อง รอยสะอื้นไห้ และสายน้ำตาของลูกกระต่ายตัวนี้ ไม่ได้ต่างไปจากลูกกระต่ายที่ชื่อ...
‘พีรัช ตรัยธาดา’
...ในอดีตเลย
“พี เราต้องคุยกันจริงๆ แล้วนะ” ปาลินเอ่ยขึ้นมาเป็นประโยคแรกนับตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องสวีตของโรงแรมริมน้ำ ที่ผมใช้มันเป็นสถานที่กอดลูกกระต่ายตัวน้อยในค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าตัวจัดการทุกอย่างเช่นทุกครั้งที่ผมโทรไปเรียกตัวมา มือเรียวสวยดึงผ้านวมผืนใหญ่คลุมร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีแดง
ปาลินคือเพื่อนสนิทของผม เขาเป็นหมอฟัน แต่ทุกครั้งที่ผมกอดกระต่ายตัวไหนก็ตาม พอตอนเช้ามาถึง เขาก็จะถูกตามตัวเพื่อมาดูแลและรักษาร่างกายของกระต่ายที่ถูกผมกอด
“จะบ่นอะไรเราอีกล่ะ” รู้ว่าตัวเองทำเสียงหงุดหงิดมากแค่ไหนใส่คุณหมอฟันที่เป็นเพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของผม คนที่ไม่เคยทิ้งผมไปไหน กลับเป็นผมเสียเองที่ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง ทิ้งความเป็นเพื่อนไปนานหลายปี
“หนักขึ้นทุกวันแล้วนะพี ไม่สงสารเด็กบ้างหรือไง” คนเป็นหมอฟันลุกขึ้นมาจ้องหน้าด้วยอารมณ์โกรธ มองผมด้วยสายตาตำหนิ แต่คงไม่เท่ากับสายตาที่บอกถึงความผิดหวังในตัวผม
“ก็เรามีความสุข” พอตอบออกไปก็ถูกย้อนทันที
“มีความสุข? แน่ใจนะว่ามีความสุข” ลูกตาสีน้ำตาลเข้มจ้องอย่างคาดคั้น “ทุกครั้งที่พีนอนกับเด็กพวกนี้ พีมีความสุขจริงเหรอ หรือแค่พูดหลอกตัวเอง”
“...” ทุกคำพูดกระแทกใจพังๆ ของผมอย่างรุนแรง
“หรือพีแค่อยากเรียกร้องความสนใจ”
“ปี!” ผมตะคอกกลับเสียงดังลั่น ดังไปถึงบุคคลที่สามที่อยู่นอกห้อง คนที่มาพร้อมกับเพื่อนของผม... ฝ่ายนั้นคือคนรักของปาลิน
หมอภามเปิดประตูห้องนอนเข้ามา เขาไม่ได้เดินมาหาพวกเรา แค่ยืนพิงกรอบประตูเหมือนเช่นทุกครั้งที่ปาลินมาที่นี่
“เราพูดแทงใจดำใช่ไหม สิ่งที่พีทำ พีก็แค่อยากให้เรื่องถึงหูเขา”
“ไม่ใช่!!” ร่างกายของผมสั่นด้วยความโกรธ ผมไม่ได้โกรธเพื่อนแต่โกรธความจริงในคำพูดประโยคนั้น
“ถ้าไม่ใช่ พีก็ต้องหยุด เลิกทำร้ายตัวเองได้แล้ว เราทนเห็นพีเป็นแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว” จบคำพูด ปาลินก็ดึงตัวผมเข้าไปกอด คงอยากใช้อ้อมกอดของตัวเองปลอบโยน และใช้มันหยุดการกระทำของผมเอาไว้แค่เด็กคนนี้เป็นคนสุดท้าย “เราอยากให้พีมีความสุขจริงๆ นะ หยุดเถอะ เราขอร้อง ทำแบบนี้พีก็มีแต่เจ็บกับเจ็บ พีไม่มีความสุขหรอก เรารู้”
“ปีอยากให้เรามีความสุข อยากให้เราเลิกทำร้ายตัวเองใช่ไหม” ผมยกมือกอดตอบ เวลานี้ปาลินสูงแค่คางผมเอง “งั้นปีก็กลับมายืนข้างเราสิ กลับมารักเราเหมือนเดิม มาเป็นคนรักของเรา แล้วเราจะเลิกทำร้ายตัวเอง ปีทำได้ไหม”
“ต่อให้เรายอมนอนกับพีจนมีสภาพเหมือนเด็กคนนี้ เราก็ทำให้พีมีความสุขไม่ได้” ปาลินปล่อยมือจากตัวผม ถอยไปข้างหลังสองก้าว เอ่ยเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความผิดหวัง “เพราะความสุขของพีไม่ใช่เรามาตั้งแต่แรก อย่าหลอกตัวเองอีกเลย พีรักเขา ความสุขของพีคือการมีเขาอยู่ในหัวใจ”
“อย่าทำมาเป็นรู้ดี เราไม่ได้รักเขาแล้ว” ...ไม่รักแล้ว ไม่อยากรักคนไร้หัวใจ “ปีกลับไปเถอะ มีเรื่องให้ช่วยอีกเมื่อไรเราจะโทรหา” ผมบอกเป็นเชิงไล่ เพื่อจบเรื่องที่ผมไม่อยากยอมรับ แล้วเดินไปนั่งข้างลูกกระต่ายน้อยที่เริ่มรู้สึกตัว สายน้ำขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าซีดเต็มไปด้วยริ้วรอยความเจ็บปวดจากร่างกายที่บอบช้ำรุนแรง ส่วนที่ช้ำมากที่สุดก็เป็นช่องทางรักที่ฉีกขาด
“ไม่ต้องโทรมา...” เสียงของปาลินดังขึ้นจากด้านหลัง แผ่วเบา แต่เด็ดขาด “...อีกแล้ว”
“ทำไม?” ผมหันไปหน้ามองคนพูด
“เราไม่อยากเห็นพีในสภาพแบบนี้อีกแล้ว” เจ้าตัวมีน้ำตา “พีคนที่เรารู้จัก ไม่ใช่คนแบบนี้”
“ก็ไม่เป็นไร” ผมพยายามกลืนก้อนหนักๆ ลงไปในอก ไม่ยอมให้ตัวเองมีน้ำตาเหมือนอีกฝ่าย “งั้นก็ลาก่อน”
ไม่มีคำพูด ปาลินแค่ยืนมองหน้าผม จากนั้นก็ตกไปอยู่ในวงแขนของคนรัก ก่อนจะถูกโอบไหล่พาตัวออกไป
...ออกไปจากชีวิตผม
“คุณพี” เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกแผ่วเบา ผมหันกลับมามองใบหน้าซีดขาว ความโดดเดี่ยวที่กระหน่ำซัดใส่ผมเมื่อกี้ ถูกหน่วยตากลมใสซื่อของเด็กคนนี้ขับไล่ไปอย่างรวดเร็ว
“ครับ” ผมลูบศีรษะเล็กๆ “เจ็บมากหรือเปล่า”
“ทนได้ครับ” สายน้ำพยักหน้าเล็กน้อย แล้วหลับตาลง บอกกับผมว่า “ร้องไห้ได้นะครับ ผมไม่เห็นหรอก”
“อืม” ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงทำให้ผมค่อยๆ เอนตัวลงนอน แล้วดึงเอาตัวสายน้ำเข้ามากอด หรือเพราะ... ผมไม่เหลือใครแล้ว
ผมกอดสายน้ำไว้แนบแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าบาดแผลข้างในกลับรุนแรงเหลือเกิน
“ธาร”
“ครับ”
“มาเป็นคนของพี่นะ แต่อย่ารักพี่”
เพราะผมไม่มีแล้วสิ่งที่เรียกว่า...
‘หัวใจ’
. . .
