ตอนที่ 2
สะ...สวัสดีครับ...คุณพีรัช” เสียงสั่นฟ้องความกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ต่างจากมือเล็กที่ยกขึ้นมาไหว้ผม “ผม...ชะ...ชื่อ...ธารครับ”
“ชื่อจริงล่ะธาร” ผมถามเป็นการชวนคุย ขณะเดียวกันก็เดินเข้าไปหาร่างที่เกิดอาการสั่นยากควบคุม เมื่อเดินไปถึงก็พาดเสื้อสูทสีครีมในมือไว้บนพนักโซฟา กลิ่นเหล้าที่ห่มคลุมอยู่บนตัวผมยิ่งทำให้คนตัวเล็กสั่นมากขึ้น
“สะ...สายน้ำครับ”
“สายน้ำ...ชื่อเพราะดีนะ” เข้ากับเด็กคนนี้ดีทีเดียว
“คะ...ครับ”
“นั่งลงสิ” ผมทิ้งตัวลงนั่งนานแล้ว แต่ลูกกระต่ายน้อยยังยืนตัวสั่นอยู่เช่นเดิม
“คะ...ครับ” เนื่องจากถูกสอนมาอย่างดีแล้วสำหรับการเอาใจผม เจ้าของร่างเล็กติดจะสั่นกลัวถึงได้ทิ้งตัวลงนั่งบนตักผมอย่างรู้หน้าที่
“กลัวฉันมากหรือธาร ฉันน่ากลัวตรงไหน” ผมใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวเล็ก อีกข้างลากไล้แผ่วเบาบนแก้มเนียนใส โครงหน้าของเด็กสายน้ำกลมมน เส้นผมสีดำเงางามตามธรรมชาติไร้สีย้อม ริมฝีปากเล็กเป็นสีระเรื่อ ส่วนจมูกเล็กๆ ก็ทำให้ใบหน้าดูละมุนตา มองตรงไหนก็เจอแต่ความน่ารักน่าทะนุถนอม
“มะ...ไม่...ครับ” ผมเส้นเล็กส่งกลิ่นหอมของดอกไม้ยามที่เจ้าตัวส่ายศีรษะไปมา
“แต่ตัวเธอสั่นมาก แบบนี้แล้วจะทำให้ฉันมีความสุขได้หรือไง” และยิ่งสั่นไหวอีกระลอก เมื่อมือที่เคยเกี่ยวเอวเล็กไว้ ได้เคลื่อนลงไปยังสะโพกนุ่มนิ่มของเจ้าตัว
“ขอโทษครับ...ผะ...ผมยังไม่เคย”
แน่ละ ในเมื่อลูกกระต่ายที่ผมต้องการ คุณสมบัติต้องบริสุทธิ์และปลอดภัย
“ตะ...แต่...ผมจะทำให้ดี...ที่สุดครับคุณพีรัช” ในหน่วยตากลมแม้จะเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่เลือกทำปนอยู่ด้วย
...กลัวแต่ก็กล้า
“เรียกฉันว่า ‘คุณพี’ ก็พอ” เพราะผมไม่ชอบชื่อของตัวเอง แต่ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ทั้งที่สามารถเปลี่ยนมันได้ เหมือนที่ผมเปลี่ยนสิ่งที่ตามหลังชื่อนี้เมื่อนานมากแล้ว
ผมทิ้ง ‘ตรัยธาดา’ ให้เป็นเพียงอดีต แต่ผมไม่สามารถทิ้ง ‘พีรัช’ ไปไหนได้
“ครับ คุณพี” เสียงของสายน้ำสั่นน้อยลง ดึงผมออกมาจากความคิดซ้ำซาก เจ้าตัวกล้ามองหน้าผมมากขึ้น ผ่อนคลายขึ้น
ผมยกก้นกลมนุ่มนิ่มให้เจ้าของมันได้ปรับเปลี่ยนท่านั่ง จากนั่งพาดบนตักก็กลายเป็นคร่อมทับบนหน้าขาทั้งสองแทน ดึงท่อนขาเรียวเล็กให้โอบรอบสะโพกด้านหลังของผมไว้ ส่วนอีกฝ่ายก็ค่อยๆ ยกเรียวแขนขึ้นมาโอบรอบต้นคอผม ดวงตากลมใสกวาดมองทั่วใบหน้าผมราวกับจะสำรวจ หรือบางทีอาจจะแค่ค้นหาความปลอดภัยของตัวเองในค่ำคืนนี้
“ถ้าฉันรุนแรงใส่เธอ เธอรับได้ใช่ไหม” มันเป็นคำถามที่ผมไม่เคยถามเด็กคนไหนมาก่อนแต่กับสายน้ำ ผมกลับอยากให้เขารับรู้สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขาอีกครั้งจากปากของผม ก่อนถูกส่งตัวมาให้ผมกอด เจ้าตัวจะได้รับรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวผมและสิ่งที่ผมต้องการจากเขามาหมดแล้ว
“ครับ”
“ฉันถูกใจเธอนะธาร” มันคือความจริง มากกว่าความจริงก็คือภาพที่ซ้อนทับอยู่ตรงหน้า
“ครับ” เจ้าตัวยังขานรับคำเดิม
“เธอ ‘ครับ’ บ่อยเกินไปนะธาร พูดคำอื่นบ้างก็ได้”
“...” ดวงตากลมโตมองหน้าผมเหมือนไม่รู้จะหาคำไหนมาใช้แทน สุดท้ายก็เอ่ยบอกด้วยสุ้มเสียงกล้าๆ กลัวๆ ว่า “คือผม...ผมพูดไม่เก่งครับ”
“เธอเรียนอยู่ปีไหน” ผมถามเป็นการชวนคุยเพิ่ม อยากให้สายน้ำผ่อนคลายกว่านี้ ก่อนที่เขาจะถูกผมกอดตลอดทั้งคืน รองรับอารมณ์รุนแรงจากร่างกายของผมจนถึงเช้า
“ปีหนึ่งครับ”
“ปีหนึ่ง?” ผมหยุดมือที่ลูบแผ่นหลังบอบบางลง หงุดหงิดขึ้นมาทันที
สายน้ำบอกว่าตัวเองกำลังเรียนปีหนึ่ง อายุไม่น่าถึงเกณฑ์ที่ผมตั้งไว้ ผมไม่ใช้บริการเด็กอายุต่ำกว่ายี่สิบ ข้อนี้คุณกิจจาลืมหรือไง แกไม่เคยพลาดเรื่องนี้เลยนะ ไม่ว่าเรื่องไหนแกก็ไม่เคยพลาด
“คือผมเรียนช้าไปสองปีครับ พรุ่งนี้ก็เต็มยี่สิบเอ็ดแล้ว” คำตอบของคนบนตักทำให้อารมณ์หงุดหงิดหมดไป
“พรุ่งนี้เหรอ? งั้นก็ดี มาฉลองวันเกิดล่วงหน้าให้เธอกันเถอะ”
“ครับ” คำขานรับของกระต่ายตัวน้อยแผ่วจาง ดวงตากลมไหวระริกจนน่าสงสาร นึกอยากปล่อยร่างกายนี้ให้เป็นอิสระ ปล่อยกลับไปยังโลกที่สดใส ไม่ต้องมาทนอยู่กับความมืดหม่น ทนมีความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าอย่างไร้ซึ่งความรัก
แต่ก็นั่นแหละ มันแค่ความคิด ต่างไปจากการกระทำสิ้นเชิง
จากที่ลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบโยนในคราวแรก มาตอนนี้ผมเริ่มใช้มือปลดสายรัดเอวของเสื้อคลุมสีหวาน ปล่อยสิ่งห่อหุ้มเพียงชิ้นเดียวบนร่างกายขาวบริสุทธิ์ทิ้งลงบนพรมหนา ปลายจมูกสูดกลิ่นหอมหวานที่ไม่ต่างจากดอกไม้แสนสวยในช่วงแรกแย้มจากเรือนร่างคนตรงหน้า
สายน้ำมีกลิ่นหวานละมุน เพียงแค่ได้กลิ่น สัมผัสเพียงเล็กน้อยเลือดในกายก็รุ่มร้อน ท่อนลำความเป็นชายไต่ระดับสูงขึ้นจนอึดอัด คนด้านบนรับรู้ถึงความต้องการที่ขยายใหญ่อยู่เบื้องล่างของตน
คนตัวเล็กลุกลงจากตักผม ทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นพรมระหว่างขาทั้งสองข้างของผมที่แยกออกจากกัน ผมวางอุ้งมือบนกลุ่มผมเส้นเล็ก ลูบเบาๆ เพื่อปลอบโยนและรอคอย จ้องมองมือเล็กที่หอบความร้อนระอุของผมออกมาจากกางเกงช้าๆ ใบหน้าใสเริ่มซีดจางเหมือนคนป่วยหนัก หน่วยตาเต็มไปด้วยน้ำอุ่นร้อน
ผมปล่อยให้กระต่ายตัวน้อยทำตามขั้นตอนทุกอย่างที่ถูกอบรมไว้ ก่อนที่จะมานั่งรอผม ว่าผมต้องการบริการแบบไหนจากเขา เขาต้องทำอย่างไรให้ผมพึงพอใจและมีความสุข... ก็เหมือนลูกกระต่ายทุกตัวที่เคยผ่านเข้ามาในห้องสวีตของโรงแรมแห่งนี้
มือนุ่มติดสั่นเริ่มต้นปลุกเร้าความร้อนระอุอย่างเนิบช้าในแบบที่ผมชอบ ปรนเปรอด้วยมือก่อนรอฟังคำสั่งจากริมฝีปากของผม
“ใช้ปาก”
เมื่อได้รับคำสั่ง กลีบปากบางถึงได้แยกออกจากกัน ใช้ความอุ่นนุ่มของโพรงปากโอบล้อมความแข็งกร้าวให้ได้มากที่สุดแต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด
เงอะงะ...
คือสิ่งที่ผมได้รับจากโพรงปากอุ่นนุ่มของคนตัวเล็ก ถึงอย่างนั้นผมก็พึงพอใจในสิ่งที่ได้รับ เพราะความเงอะงะนี่แหละที่บอกว่าลูกกระต่ายตัวนี้บริสุทธิ์แค่ไหน
“พอแล้ว ขึ้นมาได้ธาร” เมื่อความอยากแสนรุ่มร้อนไหลเวียนอย่างรุนแรง ผมจึงต้องการปลดปล่อย
เจ้าตัวทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ก่อนกลับขึ้นมานั่งบนตักผมก็หันไปหยิบอุปกรณ์สองอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกมาด้วย มันคือเจลหล่อลื่นกับซองถุงยาง
ผมมองตามเนื้อเจลเย็นชืดที่ถูกบีบลงบนนิ้วเล็ก ก่อนปลายนิ้วนั้นจะเคลื่อนไปยังด้านหลัง มุดเข้าไปในช่องทางเล็กแสนคับแคบ สายน้ำกำลังเปิดช่องทางรักของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด ผมรู้ดีว่าความรู้สึกเจ็บปวดของเด็กคนนี้เจียนตายแค่ไหน
ผมเฝ้ามองเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบหน้าซีดจาง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นเสียงร้องของความเจ็บปวด
“พร้อมหรือยัง” เวลาผ่านไปนาทีกว่าแล้วผมถึงได้ถาม พลางใช้มือปัดกลุ่มผมเส้นเล็กไปด้านหลัง ให้พ้นไปจากหน้าผากเกลี้ยงเกลาที่ชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“พะ...พร้อม...คะ...ครับคุณพี” เจ้าตัวพยักหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มซึ่งมีแค่สีเดียวคือสีซีดจาง “อ๊าาาาา!!”
คำว่าพร้อมของกระต่ายตัวน้อยคือจุดเริ่มต้นของค่ำคืนแสนเจ็บปวดทันที มันเริ่มต้นด้วยเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดจากช่องทางรักที่ทิ้งตัวลงมากลืนกินท่อนลำร้อนระอุทีเดียวจนหมด
ความเจ็บที่เรียกว่าใกล้ตาย ฉีกทึ้งร่างกายให้แยกออกจากกันในวินาทีนั้นเลยก็ว่าได้ เรือนกายบอบบางสิ้นเรี่ยวแรง พร้อมกับกลิ่นคาวของน้ำสีแดงที่ลอยขึ้นมาแตะจมูก มันกลบกลิ่นหอมฟุ้งของดอกไม้แรกแย้มแทบสิ้น
