บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 5 ท้าประลอง

ช่วงที่หนานหว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นไปให้รางวัลบัณฑิตทั้งสาม หลายสายตาก็จับจ้องมองที่นาง

สตรีรูปโฉมงดงาม ร่าเริงสดใส ลักษณะท่าทางเหมือนคุณหนูผู้ไร้เดียงสา หลอกง่าย จึงทำให้หลายคนอยากผูกมิตรกับนาง หลายคนอยากหลอกเอาเงินและของรางวัลจากนาง

เมื่อบนเวทีว่าง ก็มีบุรุษสีหน้าเจ้าชู้เดินขึ้นบนเวที เขาชี้นิ้วไปยังหนานหว่านเอ๋อร์แล้วร้องเรียกท้าทายนางให้ขึ้นประลองบนเวที

องครักษ์ของหนานหว่านเอ๋อร์จ้องหน้าคนผู้นั้นด้วยความหงุดหงิด แต่ถูกหนานหว่านเอ๋อร์ห้ามไว้ด้วยรอยยิ้มหวาน

“จะท้าประลองข้าอย่างนั้นหรือ เจ้าต้องบอกมาก่อนว่าจะประลองอะไร หากข้าไม่พอใจ ข้าจะเปลี่ยนหัวข้อเอง ตกลงหรือไม่”

สตรีส่งเสียงตอบปราศจากความประหม่าหวาดกลัว

“องค์หญิงช่างกล้าหาญ เหมาะสมกับเจ้าเสียจริง”

เฝิงหานเอนกายกระซิบข้างหูอวิ๋นเวิน ดวงตาแสดงออกถึงความตื่นเต้น

“หึ”

อวิ๋นเวินพ่นเสียงสั้นออกมาจากลำคอ นัยน์ตาหงส์เหลือบมองบุรุษที่โน้มตัวมาใกล้ แล้วจึงปรายตามองบนเวทีอย่างเสียไม่ได้

เขาก็อยากจะนั่งนิ่งแบบนี้ แต่ก็ต้องคอยระวังให้หนานหว่านเอ๋อร์เช่นกัน นางเป็นแขกของแคว้นจะมาเกิดเรื่องที่ฉิงโจวไม่ได้เป็นอันขาด

บนเวที บุรุษท่าทางเจ้าชู้กวักมือเรียกพวกพ้องของตนขึ้นเวที บุรุษอีกสามคนยิ้มกว้างแววตาเจ้าเล่ห์กึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นเวทีอย่างรวดเร็ว

“ประลองโยนลูกธนูลงห่วง หากแม่นางแพ้ก็แค่หอมแก้มพวกข้าคนละฟอด”

ชายบนเวทีเป็นตัวแทนพูด ส่วนคนที่เพิ่งมาถึงหัวเราะคิกคักชอบใจ

“ได้”

หนานหว่านเอ๋อร์รับคำท้า ยังไม่ได้เอ่ยประโยคต่อไป เฝิงหานก็ก้าวเท้าเดินมายืนด้านข้างนาง

“แข่งกับสตรีคนเดียวไม่ยุติธรรม” เฝิงหานพูด มือเรียวหยิบพัดมาโบกสะบัดดุจคุณชายเจ้าสำราญ

“คุณชาย ท่านก็มาด้วยสิ” นัยน์ตาดอกท้อช้อนมองอวิ๋นเวินเชิงบังคับ

อวิ๋นเวินสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่กลับใช้เวลาชั่วพริบตาก็มายืนอยู่บนเวที

“ไร้สาระ” เขาพูดเบาๆ แต่คนข้างล่างได้ยินกันทั่ว

“โอ้ว” กลุ่มชายเมินหน้าใส่อวิ๋นเวิน พวกเขาทำหน้าตาเจ้าชู้มองเฝิงหาน บางคนผิวปากกิริยาหยาบคาย

“คนงาม เจ้าอีกคนก็ต้องหอมแก้มพวกข้าถ้าหากแพ้”

“ข้าเป็นบุรุษ” เฝิงหานพูดน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“บุรุษที่งดงามขนาดนี้พวกข้าไม่ถือสา”

ก่อนที่พวกเขาจะต่อล้อต่อเถียงกันมากกว่านี้ หนานหว่านเอ๋อร์ก็อมยิ้มราวกับคิดอะไรได้ นางกวักมือเรียกนางกำนัลคนสนิทของตนขึ้นเวทีมาอีกคน

“จำนวนคนเท่ากันแล้ว เช่นนั้นกติกาข้าขอเปลี่ยนเป็น รอบแรกแข่งสี่ต่อสี่ หากพวกข้าแพ้เจ้า ข้ากับคุณชายเฝิงจะหอมแก้มพวกท่าน แต่หากพวกท่านแพ้ก็ต้องแต่งกายเป็นสตรีแล้วร่ายรำท่าทางยั่วยวน ส่วนรอบที่สอง แข่งเป็นคู่ คู่ที่ชนะค่อยบอกสิ่งที่ต้องการทีหลัง ดีหรือไม่”

เฝิงหานยิ้มมุมปาก เขามั่นใจว่าตนเองไม่มีทางแพ้แน่นอน

“เอ๊ะ ชนะแล้วทำไมต้องแข่งรอบสองด้วยล่ะ” เฝิงหานเพิ่งนึกขึ้นได้จึงถามหนานหว่านเอ๋อร์

หรือว่านางจะเรียกร้องบางสิ่ง เช่น ขอเปลี่ยนตัวว่าที่เจ้าบ่าว

แต่ข้าไม่สามารถมอบให้ได้หรอกนะ ขึ้นอยู่กับเจ้าเด็กนี่กับฮ่องเต้ล้วนๆ

“ได้”

อวิ๋นเวินตอบรับอย่างง่ายดาย เขาคิดไม่ต่างกับเฝิงหาน หากองค์หญิงนางนี้อยากแต่งกับผู้อื่นก็ดีกับตัวเขา ทว่าอย่างไรเสีย ผู้ที่ชนะคนสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่ดี

เขาจะเปลี่ยนเป็นขอให้นางเดินทางกลับโยวโจวหรือไม่ก็ไปท่องเที่ยวทั่วหล้าเร็วๆ

หลังจากตกลงกันเรียบร้อย พนักงานชุดเขียวของร้านก็ยกอุปกรณ์การเล่นขึ้นมาบนเวที พวกเขาขึงเชือกขึ้นเพื่อกำหนดระยะห่างในการโยน

“ไกลอีก ไกลอีก”

หนานหว่านเอ๋อร์กำชับด้านข้าง บุรุษบนเวทีได้แต่ชำเลืองมองด้วยความงุนงง

ไกลกว่าระยะมาตรฐานสองเท่า นางเคยเล่นไหมเนี่ย

เฝิงหานแม้จะงงอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่กล่าวสิ่งใด แต่พวกชายหน้าตาเจ้าชู้กลับยิ้มกรุ่มกริ่มราวกับพวกเขาได้รับชัยชนะแล้ว

เมื่อระยะห่างถูกกำหนดเรียบร้อย หนานหว่านเอ๋อร์ก็หาคนขึ้นมาเป็นกรรมการด้านบน

บุรุษและสตรีสองคนแต่งกายคล้ายกับคุณชายคุณหนูตระกูลขุนนาง ลักษณะภูมิฐานน่าเชื่อถือ อาสามาเป็นกรรมการท่ามกลางการยอมรับของผู้ชมด้านล่าง

“การแข่งขันรอบสี่คนกำหนดแล้วว่าจะให้ผู้ที่แพ้ทำอะไร เช่นนั้นรอบสองคนสุดท้ายก็เขียนสิ่งที่ต้องการใส่กระดาษเสียเลย จะได้ไม่มีการเปลี่ยนใจภายหลัง”

หนานหว่านเอ๋อร์พูดให้ทุกคนได้ยิน

“ดี ยุติธรรมดี” บุรุษที่เป็นกรรมการยิ้มพึงพอใจ “พวกท่านก็จับคู่กันได้เลย”

“ข้าคู่กับเย่หง” หนานหว่านเอ๋อร์จับมือนางกำนัลของตน ทำให้เฝิงหานต้องคู่กับอวิ๋นเวินโดยปริยาย

บุรุษทั้งสี่ที่มาท้าประลองกับนางจึงจับคู่สองคนด้วยความรวดเร็ว

“แปดคน สี่คู่” สตรีที่เป็นกรรมการส่งเสียงสดใส นางหยิบกระดาษเปล่าที่มีสัญลักษณ์ด้านบนแตกต่างกันแล้วแจกคู่ละหนึ่งใบโดยไม่รอช้า

“เขียนสิ่งที่ต้องการมา ว่าจะให้ผู้ที่แพ้ทำสิ่งใด”

‘แสดงว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำหลังแข่งเสร็จเลยสินะ เช่นนั้นข้าคงคิดมากไปว่านางจะขอเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงาน’

อวิ๋นเวินลอบมองสตรีแววตาประหลาดใจ

“ข้าเอง ข้าเขียนเอง” เฝิงหานกัดปากตนเองไม่ให้เผยรอยยิ้มออกมา

ไหนๆ ก็ได้โอกาสสร้างวาสนาอีกครั้งให้หนุ่มสาวคู่นี้ ไหนเลยที่เขาจะปล่อยให้หลุดมือ

เขาแย่งกระดาษและพู่กับจากมือของอวิ๋นเวินแล้วเขียนลงกระดาษนั้นโดยที่ไม่หยุดคิดเลยสักนิด

ส่วนหนานหว่านเอ๋อร์ก็เก็บอาการเช่นกัน นางเขียนพู่กันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ทุกคนเขียนเสร็จก็ส่งกระดาษนั้นคืนแก่สตรีผู้ที่เป็นกรรมการ

สตรีรับกระดาษแล้วส่งสายตารู้กันแก่บุรุษ เขาขยับมายืนข้างเชือกแล้วส่งสัญญาณให้ชายสี่คนนั้นเริ่มโยนลูกธนูก่อนเป็นกลุ่มแรก

ชายทั้งสี่ยิ้มมุมปาก พวกเขาถือลูกธนูในมือแล้วยืนต่อแถว ขยับข้อมือโยนธนูเข้าห่วงด้วยความมั่นใจ

ฟุบ !

ธนูดอกแรกลอดห่วงอย่างรวดเร็ว ชายที่โยนคนแรกชูมือสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ส่งเสียงร้องดีใจ

คนที่สองกับสามโยนไม่เข้าห่วง พวกเขาไม่เคยโยนในระยะไกลเช่นนี้มาก่อน จึงกะน้ำหนักมือไม่แม่นยำ

ฟุบ !

คนที่สี่สามารถกู้หน้าของกลุ่มได้ เขาตะโกนเสียงดัง “เข้าสองดอก ฮ่าๆ”

ที่เขาส่งเสียงดังเช่นนี้เพราะมั่นใจว่าสตรีรูปร่างบอบบางสองนาง และบุรุษหน้าตาละอ่อนสองคนคงไม่สามารถโยนเข้าได้เลยสักดอก

ระหว่างที่เขายิ้มเยาะฝ่ายของหนานหว่านเอ๋อร์ เฝิงหานก็โยนธนูเข้าห่วงเป็นคนแรกของกลุ่ม ตามมาด้วยอวิ๋นเวินที่จับธนูอย่างลวกๆ แต่ลูกธนูดันเข้าห่วงง่ายดาย

เย่หงเป็นคนโยนลำดับที่สาม ลูกธนูกระแทกด้านข้างของห่วงแล้วกระเด็นหล่นลงพื้นอย่างน่าเสียดาย

“ไม่เป็นไร ทำดีแล้ว” หนานหว่านเอ๋อร์ปลอบใจหญิงสาว จากนั้นก็โยนธนูเข้าห่วงแบบขอไปที

ฟุบ ! ลูกธนูลอดเข้าห่วงอย่างสวยงาม

“ชนะสามต่อสอง”

บุรุษที่เป็นกรรมการส่งเสียงบอกท่ามกลางเสียงร้องดีใจของผู้ชมด้านล่างเวที

เพราะว่าบุรุษสี่คนนี้มักจะหยอกล้อกระทั่งแต๊ะอั๋งสตรีเป็นประจำ ทำให้หลายคนไม่พอใจจนถึงกระทั่งหมั่นไส้อยากลากพวกเขาไปต่อยสักสองสามที

แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้า เพราะพวกเขาที่มาไท่เหยาโหลวนั้นล้วนเป็นผู้ที่มีการศึกษา หลายคนเป็นลูกผู้ดีมีเงินมีชื่อเสียงของเมือง พวกเขาจึงไม่กล้าใช้กำลังทำให้คนเองดูเป็นคนหยาบช้าต่ำทราม

“ไปเปลี่ยนชุดนางรำยั่วสวาท แล้วออกมาร่ายรำเถอะ อย่าช้า” เฝิงหานเร่งบุรุษทั้งสี่

“ชิ จำไว้เถอะ”

บุรุษเหล่านั้นส่งสายตาไม่เป็นมิตรตอบ แต่ก็เข้าไปเปลี่ยนชุดอย่างเสียไม่ได้

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งถ้วยน้ำชา สตรีโครงร่างใหญ่สี่คน ท่อนแขนและหน้าแข้งเต็มไปด้วยเส้นขนดกดำก็เดินออกมาจากหลังเวที

เสียงดนตรีดังกระหึ่ม ทั้งเครื่องเป่า เครื่องสาย ทำให้ผู้ชมตบมือเป่าปากสนุกสนาน

ตอนแรกพวกเขาก็ยืนนิ่ง แต่เมื่อเห็นสายตาน่าหวาดกลัวของอวิ๋นเวินที่จ้องมอง ขนแขนของพวกเขาก็ตั้งชูชัน แขนขาและร่างกายที่ใหญ่เทอะทะขยับขึ้นตามจังหวะเพลงทันที

“ดี ดี” หนานหว่านเอ๋อร์ยกมือป้องปาก ส่งเสียงปลุกเร้าพวกเขา

“ยั่วหน่อยๆ สวยๆ”

บรรยากาศครื้นเครงนี้ทำให้อวิ๋นเวินอดอมยิ้มไม่ได้ นัยน์ตาหงส์เหลือบมองเฝิงหานที่ขยับตัวเล็กน้อยตามจังหวะดนตรีโดยไม่รู้ตัว

“แข่งต่อกันเถอะ กำลังสนุก”

หนานหว่านเอ๋อร์มองที่อวิ๋นเวินและเฝิงหาน หลังจากชายสี่คนร่ายรำจนจบเพลง สายตาของหญิงสาวทำให้พวกเขาทั้งสองหวั่นไหว

นี่นางจะเล่นพิเรนทร์อะไรหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าจะให้พวกเขาแต่งกายเป็นสตรีแล้วร่ายรำเหมือนกันหรอกนะ

ถึงจะวิตกกังวลกับความต้องการของหนานหว่านเอ๋อร์ แต่เมื่อตั้งสติได้ บุรุษทั้งสองก็ใช้ความสงบเข้าข่มอารมณ์วิตกของตน

เพราะอย่างไรเสียชัยชนะนี้ย่อมเป็นของพวกเขาอยู่แล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel