บทที่ 3
ภายในตู้เซฟว่างเปล่า
ทองคำแท่งหนักอึ้งที่สลักอักษร “L.A.” เอาไว้ รวมถึงกล่องกำมะหยี่สั่งทำพิเศษที่ใช้เก็บมัน หายไปจนหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
มันถูกเอาไปจริง ๆ
แดเนียลเป็นคนเอาไป
เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว
คำพูดเหลวไหลทั้งหมดที่เขาอ้างเรื่อง “ตรวจสอบการโอนทรัพย์สิน” ในวันนั้น ล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น
เปลวเพลิงแห่งความโกรธอันเย็นเยียบพุ่งทะลักเข้าปกคลุมทั่วร่างของฉันทันที จนกลบความตกใจในช่วงแรกไปเสียหมด
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปิดประตูตู้เซฟดังปัง
ฉันต้องการบันทึก
ต้องการหลักฐาน
ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขายังแตะต้องทรัพย์สินของฉันไปอีกมากแค่ไหน
ฉันหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เตรียมจะไปยื่นคำร้องขอตรวจสอบบันทึกธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
แต่ในขณะที่ฉันกำลังเดินออกจากเขตห้องนิรภัย ผ่านทางเดินที่เชื่อมไปยังเลานจ์สำหรับลูกค้า VIP ประตูกระจกอัตโนมัติของธนาคารก็เลื่อนเปิดออก
ผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาพร้อมกัน แขนคล้องแขนกันอย่างสนิทสนม พูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรสออกชาติ ราวกับเป็นแม่ลูกแท้ ๆ
ฝีเท้าของฉันหยุดชะงักทันที
เบียงกาและมาร์กาเร็ต แม่สามีของฉัน
เบียงกาสวมเสื้อผ้าคอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์หรูตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เปล่งประกายโดดเด่นจนแทบสะดุดตาทุกคนในห้องโถง
ส่วนบนใบหน้าของมาร์กาเร็ตกลับมีรอยยิ้มแบบที่ฉันแทบไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรอยยิ้มที่ถึงขั้นมีความเอาอกเอาใจแฝงอยู่ เธอเอียงศีรษะฟังสิ่งที่เบียงกาพูดอย่างตั้งใจ ก่อนจะยกมือขึ้นตบหลังมือของอีกฝ่ายเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
สองคนนั้นมาอยู่ด้วยกันได้อย่างไร?
และทำไมถึงดูสนิทสนมกันถึงขนาดนี้?
สายตาของเบียงกากวาดมองรอบโถงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหยุดลงที่ตัวฉันอย่างแม่นยำราวกับเรดาร์ที่จับเป้าหมายได้
รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
แต่แววตากลับเปลี่ยนในพริบตา
เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย ความดูถูก และความรู้สึกเหนือกว่าของผู้ชนะอย่างไม่คิดจะปิดบัง
เห็นได้ชัดว่าเธอจำฉันได้จากรูปในหน้าโปรไฟล์
ผู้หญิงที่เธอเคยหัวเราะเยาะว่าเป็น “ยัยคนบ้าในอินเทอร์เน็ต”
เธอก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูมาร์กาเร็ตไม่กี่คำ จากนั้นก็พาอีกฝ่ายเดินตรงมาหาฉันด้วยท่าทีสง่างามที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการยั่วยุ
ทันทีที่มาร์กาเร็ตเห็นหน้าฉันชัด ๆ สีหน้าของเธอก็แข็งค้างไปเล็กน้อย ความตื่นตระหนกวาบผ่านดวงตาเพียงเสี้ยววินาที
แต่เธอไม่ได้ปล่อยแขนของเบียงกา
ตรงกันข้าม เธอกลับยืดหลังตรงขึ้น
“ว้าว” เบียงกาหยุดยืนตรงหน้าฉัน ปล่อยแขนมาร์กาเร็ต ก่อนจะกอดอกแล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังมองสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ใต้พื้นรองเท้า “บังเอิญเจอกันในโลกแห่งความจริงงั้นเหรอ? เรื่องนี้ฉันไม่คาดคิดเลยนะ คุณถึงกับตามฉันมาถึงธนาคารเลยหรือ?”
เสียงของเธอใสแจ๋ว แสร้งทำเป็นประหลาดใจ และดังพอที่จะดึงดูดความสนใจของคนไม่กี่คนที่อยู่ใกล้ ๆ
ฉันจ้องมองเธอโดยไม่พูดอะไร
จากนั้นฉันก็หันไปมองมาร์กาเร็ต
แม่สามีผู้ชอบวางตัวสูงส่งของฉันกลับจงใจหลบสายตา
“ทำไมล่ะ? ตกใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอ?” เบียงกายิ้มหวานกว่าเดิม แต่คำพูดกลับแหลมคมราวกับเข็มพิษ “ตอนอยู่บนอินเทอร์เน็ตเห็นพูดเก่งไม่ใช่เหรอ? อุตส่าห์ตามมาถึงนี่ คงอยากเห็นกับตาว่าของพวกนั้นมีอยู่จริงหรือเปล่าสินะ หรือคุณคิดว่าถ้ามาเล่นบทเหยื่อที่นี่ แฟนฉันจะสงสารคุณขึ้นมาหรือไง?”
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย” ฉันได้ยินเสียงตัวเองดังขึ้น เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ที่นี่คือธนาคาร”
“ธนาคาร? ฉันรู้สิ” เบียงกากวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างเว่อร์วัง ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยแววตาเวทนา “ที่นี่เป็นสถานที่ที่แดเนียลกับฉันใช้จัดการเรื่องทรัพย์สินต่าง ๆ แล้วคุณล่ะ มาที่นี่ทำไม? แกล้งทำเป็นว่าตัวเองเป็นลูกค้าของที่นี่เหรอ? หรือกำลังเตรียมบทเรียกน้ำตาเอาไว้ล่วงหน้า เผื่อว่าตอนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไป คุณจะได้ดูน่าสงสารมากขึ้น?”
ในที่สุดมาร์กาเร็ตก็เปิดปากพูด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเสแสร้งน่าขยะแขยงแบบคนที่พยายามทำตัวเป็นคนกลาง
“พอเถอะ เบียงกา อย่าพูดแบบนั้นเลย”
เธอหันมามองฉัน ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยการตำหนิ
“เอเลน่า เธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่จริง ๆ”
ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ฉันกำลังมาตรวจสอบทรัพย์สินของตัวเอง
แต่แม่สามีของฉันกลับบอกว่าฉันไม่ควรปรากฏตัวที่นี่?
เมื่อได้ยินคำพูดของมาร์กาเร็ต เบียงกาก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิม
เธอก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว แล้วลดเสียงลงต่ำเพื่อให้ทุกคำพูดอาบยาพิษของเธอเจาะเข้าสู่หูฉันโดยตรง
“ฟังนะ...จะเรียกว่าพี่สาวหรือคุณป้าก็แล้วแต่เถอะ ฉันจะพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน คนที่แดเนียลรักคือฉัน และเขาก็พร้อมจะยกทุกอย่างให้ฉัน”
“ของพวกนั้นที่คุณเห็น ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือทองคำแท่ง เขาเป็นคนมอบให้ฉันด้วยมือของตัวเอง เขาบอกว่าชีวิตเก่าของเขามีเรื่องค้างคา มีคนบางคนที่ยังไม่ยอมรับความจริงและใช้ชีวิตเหมือนตัวตลก”
เธอยิ้มเยาะก่อนพูดต่อ
“คำแนะนำของฉันเหรอ? ตื่นจากฝันได้แล้ว เลิกคิดว่าตัวเองจะพลิกชีวิตจากคนธรรมดากลายเป็นเจ้าหญิงผู้โชคดีเสียที ลองมองดูตัวเองสิ”
สายตาของเธอกวาดผ่านเสื้อผ้าของฉัน
“แล้วก็มองดูชีวิตแสนจืดชืดและน่าสมเพชของคุณด้วย ตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะอยากชายตามองมันเลย”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มของผู้ชนะออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ
“วันนี้ฉันแค่มาช่วยมาร์กาเร็ตจัดการธุระบางอย่าง ไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอคุณ บางทีนี่อาจเป็นโชคชะตาก็ได้ ที่ทำให้คุณได้เห็นกับตาว่าระหว่างคุณกับพวกเรา ช่องว่างมันกว้างแค่ไหน ถ้ายังมีสติอยู่บ้างก็รีบหายไปเสียเถอะ มันดีกับทุกฝ่าย แต่ถ้าคุณยังดื้อด้านไม่ยอมปล่อยวาง พอความจริงถูกเปิดเผยและคุณขายหน้าต่อหน้าคนทั้งโลกขึ้นมา ก็อย่าหาว่าไม่มีใครเตือนแล้วกัน”
มาร์กาเร็ตยืนอยู่ข้าง ๆ โดยไม่คิดจะโต้แย้งคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นแม้แต่คำเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับยอมรับความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเบียงกา
ในวินาทีนั้น เธอยืนอยู่ข้างเบียงกาอย่างสมบูรณ์
ใช้ทั้งความเงียบและสายตากดดันให้ฉันรีบจากไป
ทั้งสองยืนเคียงข้างกัน
คนหนึ่งยังสาว เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง วางตัวราวกับเป็นราชินีตัวจริง
อีกคนอายุมากกว่า เต็มไปด้วยความเสแสร้ง และคอยหนุนหลังอยู่เงียบ ๆ
ส่วนฉันที่ยืนอยู่ตรงข้ามพวกเธอ ในสายตาของพวกเธอคงเป็นเพียงผู้หญิงต่ำต้อยที่พยายามปีนป่ายขึ้นสู่ที่สูง เป็นคนบ้าที่ไม่ยอมเลิกรา และเป็นตัวตลกที่ไม่รู้จักที่ทางของตัวเอง
ตู้เซฟที่ว่างเปล่าและเย็นเยียบอยู่ด้านหลังฉัน ราวกับกำลังหัวเราะเยาะความไร้เดียงสาของฉันอย่างเงียบงัน
ฉันมองสร้อยเพชรราคาแพงที่อยู่บนลำคอของเบียงกา มองสายตาเข้าข้างอย่างไม่คิดปิดบังของมาร์กาเร็ต และมองแขนที่คล้องเกี่ยวกันอย่างแนบแน่นของพวกเธอ
เบาะแสทั้งหมดที่กระจัดกระจายอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แดเนียลเอาทองคำแท่งออกไปล่วงหน้า การที่มาร์กาเร็ตรีบออกมา “ชี้แจง” ในกลุ่มแชต ความโอ้อวดอย่างอวดดีของเบียงกาในคลิปวิดีโอ รวมถึงการที่ทั้งสองคนปรากฏตัวร่วมกันในวันนี้เพื่อเยาะเย้ยฉันอย่างพร้อมเพรียง ทุกอย่างพลันต่อเรียงเข้าหากันจนกลายเป็นภาพที่ชัดเจนและโหดร้าย
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องนอกใจธรรมดา
แต่มันคือการปล้นชิงที่ถูกวางแผนเอาไว้นานแล้ว
และยังเป็นการปล้นชิงที่ได้รับการยินยอมจากคนในครอบครัว
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเธอไม่คิดจะปิดบังมันต่อหน้าฉันอีกแล้ว
