บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

ฉันกดเข้าไปในกลุ่มแชตครอบครัว กลุ่มนี้ชื่อว่า “บ้านอันอบอุ่นของเรา” และมีสมาชิกอยู่เพียงสามคนเท่านั้น ได้แก่ ฉัน แดเนียล และมาร์กาเร็ต แม่ของเขา

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะส่งภาพหน้าจอทั้งหมดพร้อมลิงก์วิดีโอเข้าไปในกลุ่มรวดเดียวโดยไม่ใส่อิโมจิแม้แต่ตัวเดียว มีเพียงข้อความเย็นชาประโยคหนึ่งว่า

“แดเนียล แม่คะ ฉันต้องการคำอธิบาย เดี๋ยวนี้”

ส่งข้อความเรียบร้อย

แทบจะในวินาทีถัดมา ข้อความเสียงของมาร์กาเร็ตก็เด้งขึ้นมา

“เอเลน่า! พระเจ้า!” เสียงของเธอดังลั่นออกมาจากลำโพง ทั้งแหลมทั้งโอเวอร์ราวกับตกใจจนขาดสติ “ฉันเพิ่งกดเข้าไปดูมาเอง! นี่มันเกินไปแล้ว! น่ากลัวมาก! ปลอมแน่นอน! ปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์! เดี๋ยวนี้พวกมิจฉาชีพบนอินเทอร์เน็ตเก่งขึ้นทุกวัน พวกนั้นต้องใช้ช่องทางผิดกฎหมายอะไรสักอย่างขโมยข้อมูลทรัพย์สินของเธอมาแน่ ๆ โอ้ ไม่แน่อาจมีคนในธนาคารหรือสำนักงานกฎหมายเป็นไส้ศึกก็ได้ ที่รัก เธอต้องแจ้งความทันทีนะ! นี่เป็นคดีฉ้อโกงทางการเงินและขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างร้ายแรงเลย!”

น้ำเสียงร้อนรนของเธอแทบทะลุออกมาจากหน้าจอ ราวกับกำลังพยายามปกปิดอะไรบางอย่างอย่างสุดชีวิต

ไม่นานหลังจากนั้น ข้อความของแดเนียลก็ส่งเข้ามาเช่นกัน แต่ครั้งนี้เป็นข้อความตัวอักษร

“เอลลา ใจเย็นก่อนนะ ผมเพิ่งเห็นเรื่องนี้หลังประชุมเสร็จ” ถ้อยคำของเขาเป็นทางการเสียจนเหมือนผ่านการกลั่นกรองมาแล้วทุกคำ

“นี่เป็นการใส่ร้ายและฉ้อโกงที่มีการวางแผนมาอย่างชัดเจน วิดีโอถูกปลอมขึ้นด้วย AI ส่วนเอกสารทรัพย์สินก็น่าจะถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลที่ถูกขโมยมา เป้าหมายของพวกเขาอาจเป็นผม หรือไม่ก็ชื่อเสียงของครอบครัวเรา ตอนนี้ผมได้สั่งให้ทีมกฎหมายของบริษัทจัดการเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนแล้ว พวกเขาจะติดต่อแพลตฟอร์มเพื่อตรวจสอบตัวผู้โพสต์และเตรียมดำเนินการทางกฎหมายทันที คุณไม่ต้องกังวล ปล่อยให้ผมจัดการเอง อย่าเก็บเรื่องพวกนี้มาทำให้ตัวเองเครียดเลยนะ ผมรักคุณ”

ท้ายข้อความ เขายังส่งอิโมจิกอดมาอีกหนึ่งตัว

ฉันจ้องคำว่า “ผมรักคุณ” อยู่นาน ก่อนจะรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ปฏิกิริยาของเขาเร็วเกินไป

เร็วเกินไปจนไร้ช่องโหว่

สมบูรณ์แบบราวกับเป็นบทประชาสัมพันธ์รับมือวิกฤตที่ถูกซ้อมเอาไว้ล่วงหน้า

ฉันพิมพ์ตอบกลับด้วยปลายนิ้วที่สั่นเล็กน้อย แต่ถ้อยคำกลับพยายามรักษาความสงบเอาไว้ราวกับคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์น่าตกใจมา

“จริงเหรอ? แต่รายละเอียดในคลิปมันเหมือนจริงมากเลยนะ แม้กระทั่งอักษรย่อชื่อของลีอาบนทองคำแท่งก็ยังมี ฉันกลัวจริง ๆ”

“นั่นแหละคือความน่ากลัวของพวกคนปลอมข้อมูล!” มาร์กาเร็ตส่งข้อความเสียงกลับมาทันที คราวนี้พูดเร็วกว่าเดิมอีก “พวกมันจงใจเล่นกับจุดอ่อนทางอารมณ์ของเธอ ใช้สิ่งที่เธอรักที่สุดมาหลอกให้เธอกลัว ฟังแดเนียลเถอะ เขาเป็นสามีของเธอ เขาจะปกป้องครอบครัวนี้เอง!”

แดเนียลส่งข้อความตามมาติด ๆ

“ผมเข้าใจว่าคุณกลัวนะที่รัก แต่ยิ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับลีอามากเท่าไร ก็ยิ่งพิสูจน์ว่านี่เป็นการปลอมแปลงที่มีการวางแผนมาอย่างยาวนาน เพราะถ้าเป็นคนแปลกหน้าจริง ๆ พวกเขาจะรู้ข้อมูลพวกนี้ได้อย่างไร? เชื่อผมเถอะ ผมจะจัดการเอง คืนนี้พักผ่อนให้สบาย พรุ่งนี้ทุกอย่างจะกระจ่าง”

แม่ลูกคู่นี้รับส่งบทกันอย่างลงตัว พวกเขาโยนข้อสงสัยทั้งหมดไปให้ “อาชญากรภายนอก” และทำให้การปลอบโยนของตัวเองดูเหมือนเป็นการปกป้อง

สมบูรณ์แบบเสียจนแทบไร้ที่ติ

หากฉันเป็นเพียงแม่บ้านไร้เดียงสาที่กำลังตกใจจนทำอะไรไม่ถูกจริง ๆ ป่านนี้คงซบอกสามีร้องไห้ขอความสบายใจไปแล้ว

“เข้าใจแล้วค่ะ” ในที่สุดฉันก็พิมพ์ตอบกลับลงไปในกลุ่ม “ในเมื่อทุกคนพูดแบบนี้ ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะเลย บางทีอาจเป็นเพราะฉันคิดมากจนทำให้ตัวเองตกใจเองก็ได้ ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลางานของทุกคน”

“เด็กโง่เอ๊ย จะขอโทษทำไมกัน?”

มาร์กาเร็ตตอบกลับแทบจะทันที “เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ! ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องบอกพวกเราเป็นคนแรกเข้าใจไหม?”

“พักผ่อนให้ดีนะ” แดเนียลส่งข้อความสุดท้ายมา “เจอกันพรุ่งนี้”

หลังจากนั้น ห้องแชตก็เงียบลง

ฉันวางโทรศัพท์ลง

ภายนอกดูเหมือนทุกอย่างจะปกติดี

แดเนียลบอกว่าเขากำลังอยู่ที่ออฟฟิศเพื่อจัดการโครงการเร่งด่วน แต่เมื่อสิบนาทีก่อน เบียงกาเพิ่งอัปเดตโซเชียลมีเดียของตัวเอง โดยโพสต์ภาพวิวเมืองยามบ่ายที่ถ่ายจากหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานของสำนักงานบนตึกสูง

คำบรรยายใต้ภาพเขียนว่า

“มีคนหนึ่งแวะมาหาทั้งที่งานยุ่งมาก อารมณ์ตอนนี้ มีความสุขสุด ๆ”

เวลาที่โพสต์แทบจะตรงกับช่วงเวลาเดียวกับที่แดเนียลบอกว่าเขากำลัง “ประชุม” อยู่พอดี

นี่ก็เป็นเรื่องบังเอิญอีกอย่างนั้นหรือ?

พวกเขาอยากให้ฉันเชื่อว่านี่คือการปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เป็นเพียงข้อมูลที่รั่วไหลออกไป

แต่การปลอมแปลงแบบไหนกันที่สามารถลอกเลียนลายแกะสลักมือบนทองคำแท่งได้อย่างแม่นยำขนาดนั้น?

แล้วข้อมูลรั่วไหลแบบไหนกันที่สามารถรู้หมายเลขทรัพย์สินซึ่งฉันไม่เคยเปิดเผยต่อใครได้?

การถกเถียงว่าจริงหรือปลอมไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว

วิธีพิสูจน์ที่ตรงไปตรงมาและง่ายที่สุดก็คือ ไปดูด้วยตาตัวเองว่าของเหล่านั้นยังอยู่ในที่ที่ควรอยู่หรือไม่

ฉันรอถึงพรุ่งนี้ไม่ได้

แม้แต่รอให้ถึงเวลาอาหารเย็นก็ไม่ได้เช่นกัน

ฉันคว้ากระเป๋าถือและกุญแจรถขึ้นมาทันที

ไม่มีโทรศัพท์หาแดเนียล

ไม่มีแม้แต่ข้อความสักข้อความ

ธนาคารเอกชนที่ดูแลกองทรัสต์ส่วนตัวของฉันตั้งอยู่ใจกลางย่านการเงิน ฉันส่งกุญแจรถให้พนักงานรับจอดรถก่อนเดินตรงเข้าสู่ช่องทางพิเศษสำหรับลูกค้า VIP

ผู้จัดการลูกค้าสัมพันธ์ที่คุ้นเคยกันดีเดินเข้ามาต้อนรับด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบและรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ไร้ที่ติ

“สวัสดีครับ คุณนายแอนเดอร์สัน มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ?”

“ฉันต้องการเข้าห้องนิรภัยส่วนตัว เพื่อตรวจสอบตู้เซฟของฉันหน่อยค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับนี่เป็นเพียงการตรวจสอบตามปกติ

“ได้เลยครับ เชิญทางนี้”

เขาพาฉันดำเนินขั้นตอนยืนยันตัวตนอย่างคล่องแคล่ว ตรวจสอบเอกสารประจำตัวและรหัสยืนยันแบบไดนามิกอย่างละเอียด ก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง

“วันนี้ต้องการฝากหรือถอนทรัพย์สินบางรายการเป็นพิเศษไหมครับ หรือเพียงมาตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเท่านั้น?”

“แค่มาตรวจสอบค่ะ”

“ได้ครับ เชิญทางนี้”

เขาพาฉันเดินผ่านประตูกระจกที่ต้องใช้การอนุมัติสองชั้น เดินผ่านทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่ม ก่อนจะมาถึงพื้นที่ห้องนิรภัยหลัก

ประตูโลหะขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกตรงหน้า

บนผนังโดยรอบเรียงรายไปด้วยตู้เซฟส่วนตัวหลากหลายขนาดนับไม่ถ้วน

ฉันเดินไปหยุดอยู่หน้าตู้หมายเลขที่เป็นของฉัน

ผู้จัดการถอยหลังออกไปอย่างมีมารยาทและเป็นมืออาชีพ โดยยืนรออยู่ในระยะที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ฉันวางนิ้วลงบนเครื่องสแกนข้อมูลชีวมิติ ก่อนจะป้อนรหัสผ่านยาวเหยียดตามลงไป

เสียง “บี๊บ” ดังขึ้นจากระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมไฟสีเขียวที่สว่างวาบขึ้น

ฉันจับมือจับโลหะเย็นเฉียบเอาไว้แน่น ออกแรงบิดมันอย่างแรง แล้วดึงประตูตู้เซฟหนักอึ้งบานนั้นเปิดออก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel