บท
ตั้งค่า

สมรสพระราชทาน 1

หนึ่งปีก่อนหน้านี้...

"จู้เฉิง เจ้าแน่ใจแล้วรึที่ขอเช่นนี้" ฮ่องเต้ทรงตรัสถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ…สตรีมีมากมาย เหตุใดจำเพาะต้องขอแต่งงานกับสตรีผู้นั้น?

สตรีที่ไม่สมกับเป็นสตรี

สตรีที่ไม่เคยชายตาแลบุรุษใด

สายพระเนตรวาววับ จับจ้องร่างโหวหนุ่มอย่างเฝ้ารอคำตอบ พระองค์กระหายนัก อยากทราบว่าเหตุใดชายหนุ่มผู้หล่อเหลาฉลาดเฉลียว สร้างผลงานจนประจักษ์ต่อสายตาคนทุกผู้ จึงต้องการแต่งงานกับสตรีห้าวหาญเช่นนั้น

"กระหม่อมแน่ใจที่สุดพะย่ะค่ะ" เขาตอบฮ่องเต้ด้วยรอยยิ้มมั่นใจ "หากมิใช่นาง กระหม่อมจะขออยู่ลำพังไปจนตาย ไม่สมรสกับสตรีอื่นใด"

“หากเราบังคับเจ้าแต่งกับองค์หญิงสักนางแทนเล่า?” ฮ่องเต้ตรัสลองใจ

บุรุษในเสื้อม่วงปักลายคลื่น เจ้าของนามฉีจู้เฉิง รีบคุกเข่าลงกับพื้น “เช่นนั้นก็สั่งประหารกระหม่อมแทนเถิดพะย่ะค่ะ” แววตาแน่วแน่ สีหน้าจริงจัง ริมฝีปากเม้มเข้า ขับเน้นให้ใบหน้าของเขาดูคล้ายจะขาดใจตามคำที่เอ่ย

ฮ่องเต้แย้มสรวล “เจ้าลุกขึ้นเถอะ ข้าเพียงถามดูเท่านั้น”

"หากว่ากันตามเนื้อผ้าแล้วเจ้ากับนางนั้นเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก..." ครานี้รัชทายาทเป็นผู้ตรัส "แต่เจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่านางจะยอมแต่งกับเจ้า?"

"กระหม่อมแค่มั่นใจว่า ถ้าแต่งกับนางแล้วจะรักนางและตามใจนางแต่เพียงผู้เดียว" ฉีจู้เฉิงหันไปตอบ "เรื่องนางจะรักกระหม่อมหรือไม่ กระหม่อมมิกล้าคาดหวัง..."

"จู้เฉิงหนอจู้เฉิง..." รัชทายาทถอนใจ ก้าวมาใกล้ ตบบ่าฉีจู้เฉิงหนักๆ ทีหนึ่ง "...เมื่อครั้งที่ข้ายังเยาว์ เคยได้ร่ำเรียนมากับนาง และทุกวันนี้ นางก็เป็นหนึ่งในคนสนิทของข้า...เจ้ารู้หรือไม่ว่า นางเป็นสตรีป่าเถื่อนเพียงใด ปากสุนัขเพียงใด กิริยาวาจาโผงผาง หาได้มีความสำรวม ยิ่งไปกว่านั้น นางมิชมชอบเรื่องอ่อนหวานดังเช่นสตรีทั่วไป..."

องค์รัชทายาทนั้น มิได้ตรัสเกินจริงไปแม้แต่น้อย รัชทายาททรงมีอายุไล่เลี่ยกับซื่อเซี่ยยี่ เมื่อครั้งเยาว์วัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเพียงองค์ชายรอง ได้เล่าเรียนวิชาความรู้ไปพร้อมๆกับเหล่าองค์หญิงองค์ชายอื่นๆ รวมทั้งบุตรหลานขุนนางที่รับใช้ใกล้ชิด หนึ่งในนั้นคือซื่อเซี่ยยี่ผู้มักนึกว่าตนเองเป็นบุรุษ

ด้วยนิสัยรักสนุก ขี้เล่น ไม่ถือตัวขององค์ชายรอง ผู้ไม่เคยคิดว่าตนจะมีโอกาสประทับเหนือบัลลังก์มังกร เมื่อรวมกับความซุกซนของซื่อเซี่ยยี่ ทั้งคู่จึงมักไปเล่นด้วยกัน บ้างกลั่นแกล้งผู้อื่น บ้างสร้างความวุ่นวาย บ้างไปตกปลาในสระ จากนั้นเสียบไม้ ก่อไฟย่างปลาจนผู้อื่นเข้าใจผิดคิดว่าเกิดเพลิงไหม้ บ้างหนีไปเล่นซนในครัว บ้างรีดไถขอขนมจากนางกำนัล บ้างโดดเรียน จนโดนโบยตีก็หาได้มีความหลาบจำ ความผูกพันเชื่อใจระหว่างทั้งคู่จึงมีมากจนคล้ายกับรุ่นบิดาที่ฮ่องเต้ทรงสนิทสนมกับซื่อเซี่ยเหมิน

"กระหม่อมแต่งกับนางเพราะเป็นนาง" ฉีจู้เฉิงยังตอบโดยไร้ความลังเล "กระหม่อมไม่ได้แต่งกับนางเพื่อให้นางเป็นสตรีที่สงบเสงี่ยม อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน"

รัชทายาทหนุ่มยังแคลงใจ "นางอายุมากกว่าเจ้าถึงสองปีเชียวนะ"

"อายุไม่สำคัญเท่าความในใจที่กระหม่อมมีให้นางพะย่ะค่ะ"

"ดี ตอบได้ดี แค่กๆ!" ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยมาก แต่เพราะพระพลานามัยไม่แข็งแรงนักด้วยโรคที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมกว่าผู้คนวัยเดียวกัน เส้นผมยังแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งศีรษะทั้งที่มีพระชนมายุยังไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ

"เสด็จพ่อ!" รัชทายาทรีบรุดไปประคอง แต่ฮ่องเต้ทรงโบกมือว่าไม่เป็นไร หลังจากพระอาการดีขึ้นจึงตรัสกับฉีจู้เฉิงว่า

"เราจะให้ตามที่เจ้าต้องการ เจ้ากับนางรอราชโองการได้เลย" ชั่วขณะหนึ่ง พระองค์นึกถึง ซื่อเซี่ยเหมิน บิดาของซื่อเซี่ยยี่ที่ได้ฝากให้พระองค์ช่วยจัดการเรื่องคู่ครองก่อนจะสิ้นใจ...แม่ทัพซื่อ ในที่สุดภาระที่ท่านฝากไว้กับเรา จะได้รับการปลดเปลื้องลงจากบ่าของเราเสียที!

ส่วนรัชทายาทนั้นทรงกระพริบพระเนตรปริบๆ ดูท่าว่าเมื่อราชโองการออกไปแล้ว พระองค์จะเป็นคนแรกที่ถูกซื่อเซี่ยยี่แหวกอกควักหัวใจโยนให้สุนัขกิน!!

แต่ฉีจู้เฉิงกลับทำทองไม่รู้ร้อน เมื่อได้ยินพระราชดำรัสจากฮ่องเต้ จึงคุกเข่าคำนับอีกครั้ง "ขอบพระทัยที่ทรงพระกรุณาพะย่ะค่ะ!"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel